เศร้าทั้งดอยสกาด ครอบครัวร่ำไห้ส่ง ‘ยายเงา’ เหยื่อรอทวงสิทธิบัตรคนจน วอนรัฐบาลคืนสิทธิผู้เดือดร้อน อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
จากกรณีนางเงา อายุ 65 ปี ชาวหมู่ 2 บ้านสกาดกลาง ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของลูกชายลงจากดอยสกาด เดินทางมายื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปัว ซึ่งต่อแถวและรอคิวอยู่ตั้งแต่เวลา 13.00 น. กระทั่งเวลา 15.00 น. นางเงาเกิดอาการวูบหมดสติล้มลง เจ้าหน้าที่และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้รีบเข้าช่วยเหลือ พร้อมทำการปั๊มหัวใจ (CPR) ก่อนประสานหน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว กระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่บ้านของนางเงา รกไพร อายุ 65 ปี ใน ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของลูกหลาน ญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย

น.ส.อำไพร น้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะในการลงทะเบียนครั้งก่อน ยายเงาได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับต้องเดินทางลงจากดอยเพื่อมายืนยันตัวตนอีกครั้ง ทำให้เกิดความยุ่งยาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร และทบทวนขั้นตอนการดำเนินการให้เข้าถึงประชาชนมากกว่านี้
ด้าน น.ส.ชุติกาญจน์ เพื่อนบ้านของยายเงา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่กลับถูกตัดสิทธิในรอบล่าสุด บางคนเพียงเพราะมีหนี้กับ ธ.ก.ส. ทั้งที่เงินกู้ดังกล่าวนำไปสร้างบ้าน ทำการเกษตร และส่งลูกเรียนหนังสือ ขณะที่บางรายถูกตัดสิทธิเพราะมีชื่อครอบครองรถหลายคัน ทั้งที่เป็นรถเก่าสภาพทรุดโทรมจนแทบใช้งานไม่ได้

ชาวบ้านยังสะท้อนว่า คนบนดอยสกาดส่วนใหญ่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางเข้าอำเภอหรือเข้าเมืองต้องเช่าเหมารถ มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 200-1,000 บาทต่อครั้ง แต่ทุกคนก็ยอมเสียค่าใช้จ่าย เพราะต้องการรักษาสิทธิสวัสดิการเดือนละ 300 บาทที่มีความหมายต่อการดำรงชีวิต
ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่กำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยหวังว่ารัฐบาลจะเร่งพิจารณาคืนสิทธิให้กับผู้มีคุณสมบัติ และปรับปรุงระบบให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียอันน่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

