หน้าแรก ภูมิภาค ชาวคลองโคน ร้...

ชาวคลองโคน ร้อง หอยแครงต่างประเทศ ทะลัก ทำราคาตกต่ำ-เหลือค้าง จี้รัฐควบคุมด่วน

21.07.26 | 19:44 น.

ชาวคลองโคน ร้องส.ส. หอยแครงต่างประเทศทะลักตีตลาดทำราคาตกต่ำ-เหลือค้างจี้รัฐควบคุมด่วน

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ไปยังตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านและเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครงว่า กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนักจากการนำเข้าหอยแครงไซส์ใหญ่ ต้นทุนต่ำจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาตีตลาด ส่งผลกระทบต่อกลไกราคาและวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างรุนแรง

ผู้เพาะเลี้ยงและพ่อค้าหอยแครงในพื้นที่เปิดเผยถึงความยากลำบากในขณะนี้ว่า เกิดจากการนำเข้าหอยแครงจากต่างประเทศ ทั้งทางเครื่องบินและทางบกจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และพม่า โดยหอยแครงต่างประเทศเป็นหอยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงมีขนาดใหญ่กว่าหอยไทย อีกทั้งยังมีต้นทุนค่าแรงในการเก็บและค่าขนส่งที่ถูกกว่า ส่งผลให้ผู้นำเข้ามีต้นทุนราคาเพียงกิโลกรัมละ 40–90 บาท ในขณะที่หอยแครงไทยซึ่งเลี้ยงจากฟาร์มต้องมีต้นทุนค่าลูกพันธุ์ ทำให้ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท (ขนาด 100 ตัว/กิโลกรัม)

นอกจากนี้ การทะลักเข้ามาของหอยต่างประเทศยังทำให้เกษตรกรไทยขายหอยไม่ได้ และต้องคอยรอช่วงเวลาที่การนำเข้าหอยต่างประเทศมีปัญหา เช่น น้ำไม่แห้งเก็บไม่ได้ หรือไม่มีที่ว่างบนเครื่องบิน หอยไทยจึงจะขายได้เพียงสัปดาห์ละประมาณ 2 วันเท่านั้น ซึ่งการต้องรอรอบส่งขายเวลานานเช่นนี้ ส่งผลให้หอยแครงที่อยู่ในฟาร์มค่อยๆ ทยอยตายผ่อนส่งไปเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อม ดิน และน้ำในฟาร์มเริ่มมีมลภาวะ

ขณะเดียวกัน เกษตรกรและพ่อค้าในพื้นที่ยังสะท้อนความเจ็บปวดเพิ่มเติมว่า หอยแครงที่รับมาจากชาวบ้าน เมื่อนำไปขายที่ตลาดกลับขายไม่หมด และต้องขนกลับมาค้างกะละมังเป็นจำนวนมาก “ต้นทุนเรามันสูง อย่างหอยชุดนี้ซื้อมาโลละ 200 บาท ตั้งใจนำไปขายโลละ 200 กว่าบาท แต่ตอนนี้ขายไม่ได้เลย เหลือกลับมาค้างกะละมังแบบนี้ หอยขนาดลงมาหน่อยโลละ 150-160 บาทก็ขายไม่ได้ ถ้าปล่อยไว้มันก็ตาย สรุปคือขาดทุนและสูญเปล่า ต้องเอามาต้มกินเองเพราะขายไม่ออก แม่ค้าที่รับไปขายตลาดนครปฐมก็เหลือกลับมากันหมด” จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจออกมาตรการหยุดการนำเข้าหอยแครงขนาดใหญ่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้อยู่รอด

Advertisement

ด้าน นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย ส.ส.สมุทรสงคราม กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงหอยแครงในพื้นที่ตำบลคลองโคน ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกและเลี้ยงหอยแครงสำคัญของประเทศกำลังประสบปัญหาราคาหอยตกต่ำลงกิโลกรัมละ 40–50 บาท และที่หนักกว่านั้นคือจับขึ้นมาแล้วขายไม่ออก เนื่องจากมีหอยแครงนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาแย่งตลาด ทั้งที่หอยแครงคลองโคนเป็นหอยจากทะเลโคลนที่มีจุดเด่นเรื่องความสด หวาน กรอบ และอร่อยกว่าที่อื่น แต่กลับต้องมารับผลกระทบจากหอยต่างประเทศที่ทะลักเข้ามา

นายอานุภาพ กล่าวต่อว่า แม้ตามข้อตกลงการค้าต่าง ๆ เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) จะไม่สามารถห้ามการนำเข้าได้ทั้งหมด แต่ภาครัฐสามารถใช้มาตรการตั้งรับที่เข้มงวดขึ้นได้ เช่น การตรวจมาตรฐานความปลอดภัย Sanitation และการกำหนดภาษีนำเข้า เพื่อควบคุมปริมาณไม่ให้ทะลักเข้ามาทำลายกลไกราคาในประเทศ

อย่างก็ตาม หลังจากนี้ ตนจะนำเรื่องนี้เสนอต่อผู้บริหาร ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงใช้ช่องทางคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ ในการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและหารือแนวทางแก้ไข นอกจากนี้ จะต้องเข้าไปตรวจสอบเรื่องการลักลอบนำเข้าหอยแครงผิดกฎหมาย พร้อมขอข้อมูลสถิติการนำเข้าและสถิติราคาในรอบปีที่ผ่านมา เพื่อนำมาวิเคราะห์และกำหนดมาตรการนำเข้าให้สอดคล้อง ไม่ให้ส่งผลกระทบและทำลายเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแครงไทยอีกต่อไป