ปิดฉาก 67 ปี บขส.ตราด เตรียมยุติเดินรถตราด-กรุงเทพฯ สิ้นเดือนนี้ เหตุแบกรับต้นทุนไม่ไหว พนักงาน คนขับ นักท่องเที่ยว ไม่เห็นด้วยยุติเดินรถ เหตุชาวบ้านยังเดินทาง ส่วนรถร่วมยังปกติ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดตราดกำลังจะสูญเสียเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะสายสำคัญ เมื่อมีคำสั่งให้รถโดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เส้นทางตราด-กรุงเทพฯ (หมอชิต) เตรียมยุติการให้บริการในสิ้นเดือนนี้ ปิดตำนาน บขส.ตราด ที่ให้บริการนาน 67 ปีลงอย่างถาวร ได้สร้างความกังวลต่อผู้คนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจระดับชุมชน แม้ว่ารถร่วม บขส. ทั้งเชิดชัย มินิบัส ยังคงให้เปิดบริการต่อไป
น.ส.นงลักษณ์ พนักงานจำหน่ายตั๋ว บขส.ตราด กล่าวว่า ปัจจุบัน บขส.ตราด ให้บริการรถจากกรุงเทพฯ (หมอชิต) เวลา 07.30 น. และออกจากตราดเวลา 09.30 น. ซึ่งก่อนหน้านี้มีเที่ยวกลางคืน 22.30 น. แต่เมื่อเจอสถานการณ์โควิด-19 เที่ยวกลางคืนก็ยุติไป และวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จะเป็นการเดินรถเที่ยวสุดท้ายของ บขส.ตราด ส่วนสาเหตุการยุติเส้นทางการเดินรถตราด-กรุงเทพฯ เกิดจากปัญหาความไม่คุ้มทุนและภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารที่มีเพียงประมาณ 10 คนจากต้นทาง และรับเพิ่มที่จุดจอดแสนตุ้งอีก 4-5 คน ทำให้ทางบริษัทต้องแบกรับต้นทุน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตายตัวอยู่ที่ 5,000 บาทต่อเที่ยว ทำให้การวิ่งไม่คุ้มทุน การหยุดวิ่งจะกระทบต่อผู้สูงอายุที่ใช้สวัสดิการของรัฐ รวมถึงผู้โดยสารที่มีสัมภาระเยอะ ซึ่งจะเดินทางด้วยรถมินิบัสได้ลำบาก
น.ส.นงลักษณ์กล่าวต่อว่า ตนเองได้รับผลกระทบแน่นอน หลังทำงานมานานถึง 10 ปี ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่อยู่ที่สถานีนี้เพียง 2 คน หากต้องถูกย้ายไปอยู่ส่วนกลางที่กรุงเทพฯ หรือชลบุรี จะสร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก

นายยงยุทธ คนขับรถสองแถวในพื้นที่ กล่าวว่า การที่รถสายตราด-กรุงเทพฯ จะหยุดให้บริการในสิ้นเดือนนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้มีอาชีพขับรถสองแถวอย่างมาก เพราะถือว่าสูญเสียลูกค้าจากเส้นทางนี้ไป 1 สาย ซึ่งปัจจุบันรถ บขส.สายนี้มีวิ่งเพียงวันละ 1 เที่ยว ในเวลา 09.30 น. ส่วนเที่ยวรอบดึกเวลา 22.30 น.นั้นถูกยกเลิกไปแล้ว
นายยงยุทธกล่าวต่อว่า อยากให้มีการเดินรถต่อไป เพื่อให้คนขับรถสองแถวพอมีรายได้ และเพื่อให้ผู้เดินทางมีทางเลือก แต่ห่วงผู้สูงอายุวัย 70-80 ปี ที่จะได้รับความลำบากหากต้องไปนั่งรถมินิบัส ในขณะที่รถทัวร์เชิดชัยก็มีเที่ยวรถให้บริการจำกัดเพียงเที่ยวเดียว
ขณะที่ นายนเรศศิลป์ ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ กล่าวว่า บริการนี้คือสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ไม่ควรถูกตัดทิ้ง แม้หลายคนจะเลือกขึ้นรถมินิบัสเพราะเดินทางได้เร็วกว่า แต่รถ บขส. 999 มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้สูงอายุ การใช้สิทธิลดหย่อนค่าโดยสารได้ครึ่งราคา จะช่วยผู้มีรายได้น้อยอย่างมาก เช่น หากค่าโดยสาร 300 บาท เมื่อใช้สิทธิจะเหลือ 150 บาท ซึ่งเงิน 150 บาทที่เหลือสามารถนำไปซื้ออาหารประทังชีวิตได้ แม้การเดินรถอาจจะขาดทุน แต่ก็อยากให้มีบริการต่อไปอย่างน้อยสัก 1 คันก็ยังดี เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีกำลังจ่ายค่าโดยสารราคาเต็ม
ขณะที่นายศรัณพงศ์ พนักงานขับรถมินิบัส (รถร่วม บขส.) กล่าวว่า หาก บสข.ตราดยุติการเดินรถ จะส่งผลให้รถมินิบัสมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดี แต่ส่วนตัวมองว่าไม่อยากให้ยุติการเดินรถ อยากให้ บขส.ยังคงเดินรถอยู่ เพื่อให้เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวตราด ส่วนการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ของรถร่วมมินิบัสนั้น ปัจจุบันยังมีเดินทางตามปกติ วันละ 26 เที่ยว (ไป-กลับ) บางเที่ยวรถเต็ม บางเที่ยวมีแค่ 4-5 คนเท่านั้น


