ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ว่า เพจเฟสบุ๊ค “บันทึกหญิงอ้วน” โพสข้อความว่า ขณะนี้ทั้ง 2 คน ที่หมายถึง น.ส.ยุพิณ จันทะแสน อายุ 34 ปี และ น.ส.ชุติมา เรืองภัทรเวช อายุ 32 ปี 2 สาวที่หลบหนีไกด์ทัวร์ เพื่อจะไปทำงานที่เกาหลีใต้ ล่าสุดได้เดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว โดยมีข้อความว่า #ขณะนี้…คุณยุพิณ จันทะแสน และ คุณชุติญา เรืองภัทรเวช (2คนที่ทางเพจโพสตามหาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน) #ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วค่าาาา ขอบคุณพี่ทั้ง 2 คนจริงๆ ที่ได้ตัดสินใจเดินทางกลับเมืองไทยเมื่อวานนี้ (13 มิถุนายน) ทางพี่เอริค ได้รับการติดต่อจากพี่ทั้ง 2 คนที่ประเทศเกาหลี ว่าจะตัดสินใจเดินทางกลับทางบริษัททัวร์ ได้จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ พร้อมทั้งส่งทีมงานไปดูแลที่สนามบินอินชอน และได้มีการส่งขึ้นเครื่องบินเรียบร้อย
และขณะนี้ #พี่ทั้ง2คนได้อยู่ที่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้วค่ะ ทางเพจบันทึกหญิงอ้วน พี่เอริค และบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน #ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกๆคน ที่ช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น #สื่อต่างๆ ทั้ง ทีวี สื่อออนไลน์ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ช่วยกันร่วมแชร์ข่าวตามหา #กราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ท่านชยาวุธ จันทร และคุณวนิดา จารีย์ #จัดหางานจังหวัดอุดรธานี ที่ลงพื้นที่ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับเหตุการณ์ในครั้งนี้
นอกจากนี้ยังโพสข้อความขอบคุณบุคคลต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมความรู้สึกปราถนาดีต่อสังคมและประเทศชาติ จึงต้องช่วยอย่างเต็มความสามารถ และสิ่งที่สำคัญที่สุด….การไม่ทำลายความปรารถนาดีของประเทศเกาหลีที่มีมิตรภาพต่อคนไทย โดยให้ฟรีวีซ่าคนไทยอยู่เกาหลี 90 วัน เพราะชาติไทยมาช่วยเค้าในสงครามเกาหลีเหนือใต้ จึงขอให้คนไทยตระหนักถึงมิตรภาพทั้งสองประเทศ อย่าทำลายความเป็นเพื่อนลงเลย และยังขอร้องให้พี่ ๆ สื่อ เพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ร่วมกันแชร์ ขอให้โอกาสและที่ยืนในสังคมกับพี่ทั้ง 2 คนด้วย เรื่องนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญของเราทั้ง 2 ฝ่าย…ทุกคนทำไป เพราะต่างมีเหตุผลของตัวเอง การให้อภัยและการให้โอกาสคน ให้เค้ากลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เป็นเรื่องที่เราในสังคมช่วยเหลือกันได้ เราขอขอบพระคุณทุกคนด้วยหัวใจอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้าน ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน เพื่อขอพูดคุยกับนายทอง และ นางบุญน้อม จันทะแสน พ่อและแม่ของ น.ส.ยุพิณฯ ที่ทั้ง 2 คน น่าจะเดินทางกลับมาบ้านที่นี่ แต่ปรากฏว่ายังไม่พบตัวบุคคลทั้ง 2 แต่อย่างใด ทำให้ไม่ทราบว่าได้เดินทางกลับมาบ้านหรือยัง แต่ไม่พบรถเก๋งของ น.ส.ยุพิณฯ ที่เคยจอดคลุมผ้าไว้ ที่มีคนนำรถออกไป
โดยที่บ้านพบแต่นางบุญน้อมฯ แม่ของ น.ส.ยุพิณฯ พอทราบว่าผู้สื่อข่าวเดินทางมา ได้ต่อว่ากลุ่มผู้สื่อข่าวว่า “พวกนักข่าวพากันมาทำไมอีก มาสร้างความวุ่นวายอะไรให้ครอบครัวอีก ได้ข่าวแค่นี้ไม่พอหรือ และไม่รู้ไม่เห็นลูกสาวมาแล้วหรือยัง ” ผู้สื่อข่าวพยายามแจ้งว่า ที่มาเพื่อทำหน้าที่สอบถามรายละเอียดของน้องทั้ง 2 คน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เดินทางกลับมาบ้านหรือยังเท่านั้น โดยนางบุญน้อมฯ บอกเพียงว่า “ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น และก็ไม่รู้ว่ามากันหรือยัง และจะไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งสิ้น เชิญกลับไปได้เลย”
แหล่งข่าวจาก สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี บอกว่า ขณะนี้ทราบแต่ข่าวจากทางเฟสบุ๊ค ที่มีการแชร์ออกไปว่า ขณะนี้บุคคลทั้ง 2 ได้กลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งทราบเพียงเท่านี้ และยังไม่ได้พบตัวบุคคลทั้ง 2 แต่อย่างใด โดยในส่วนการดำเนินการของทาง สนง.จัดหางาน หากทั้ง 2 คนเดินทางกลับมาจริง จะต้องเชิญตัวมาพบ เพื่อขอรับฟังคำชี้แจงจากบุคคลทั้ง 2 ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นมาอย่างไร มีการจะไปทำงานจริงไหม ใครเป็นผู้ชักชวน เพราะการเดินทางเพื่อหลบหนีไปทำงานที่เกาหลี ต้องไปแบบรัฐจัดส่งเท่านั้น หากไปกับทัวร์แล้วหลบหนี จะเป็นความผิดตามกฎหมายแรงงาน รวมทั้งตัวผู้ที่ชักชวนไปทำงานที่จะมีความผิดเช่นกัน

