ตำรวจเร่งไล่วงจรปิด หาตัวกลุ่มก่อเหตุคาร์บอมบ์ คาดว่าน่าเกินกว่า 2 คน พร้อมเชิญตัวผู้ต้องสงสัย 1 รายสอบเครียด
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส คืนวันที่ 21 ก.ค.ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง 3 ฝ่ายร่วมสนธิกำลังกันใช้กฎอัยการศึก จู่โจมตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัยในพื้นที่ ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส พร้อมเชิญตัวผู้ต้องสงสัย 1 ราย มาเข้าสู่กระบวนการซักถาม ที่ศูนย์ซักถาม ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งผลการสอบสวนในเบื้องต้นยังไม่ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ทราบว่าหากไม่มีส่วนรู้เห็นและพัวพันกับเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะจัดทำประวัติไว้ ก่อนปล่อยตัว
ส่วนของกลาง ซึ่งเป็นหลักฐานต่างๆ ทั้งเศษซากชิ้นส่วนของรถเก๋งคาร์บอมบ์ และรถกระบะของ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ ผบ.หมู่ ป. สภ.ตันหยง ที่ถูกเพลิงไหม้และสะเก็ดระบิดได้รับความเสียหายทั้งคันนั้น เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายมาที่บริเวณริมถนนด้านหน้าของ สภ.ตันหยง (หลังใหม่) เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบหารายละเอียดเพิ่มเติม หากยังไม่เพียงพอเพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติม

ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ คาดว่าจะเป็น 2 คนนั้น เจ้าหน้าที่ได้ไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ทั้ง 2 เส้นทาง ที่มาจากวงเวียนใกล้กับเทศบาลตำบลกะลุวอเหนือ และเส้นทางหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) ที่มุ่งหน้าสู่ อ.ตากใบ เพื่อดูพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย ทั้งในช่วงก่อนก่อเหตุและหลังก่อเหตุแล้วเสร็จว่าจะหลบหนีไปพื้นที่ใด เพื่อเป็นแนวทางในการแกะรอยของกลุ่มคนร้ายว่ายังมีการลงมือก่อเหตุมากกว่า 2 คนหรือไม่ เนื่องจากการก่อเหตุทุกครั้งจะมีกลุ่มคนร้ายทำหน้าที่ดูต้นทาง แล้วส่งสัญญาณไปให้กลุ่มลงมือก่อเหตุเข้าปฏิบัติการณ์ตามแผนที่วางไว้
น.ส.ญา (นามสมมุติ) ชาวบ้านบ้านเขาตันหยง ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า อยู่ห่างจากสถานที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เสียงระเบิดดังมาก เด็กๆ ที่ได้ยินต่างร้องไห้แล้วหนีกันมาอยู่ที่นี่หมด ที่กะลุวอเหนือไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน พอเกิดขึ้นแล้วรู้สึกย่ำแย่ ทำหากินก็ลำบาก แม่ค้าอะไรก็เงียบ กลัวกันหมด



