‘ดอนหอยหลอด’ เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย (ทรายขี้เป็ด) ตะกอนจากทะเลบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง เป็นสถานที่ที่พบหอยหลอดจำนวนมาก ถือเป็นสถานที่ที่มีลักษณะเด่นที่หาพบได้ยากในประเทศไทย ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Site) ลำดับที่ 2 ของประเทศและลำดับที่ 1,099 ของโลก เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2543 ตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ หรืออนุสัญญาแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Convention on Wetlands) เพื่อร่วมมืออนุรักษ์ ยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลก และ ต.คลองโคน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 546,875 ไร่ 4 ตำบล ใน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม คือ ต.บางจะเกร็ง ต.แหลมใหญ่ ต.บางแก้ว และ ต.คลองโคน
กระทั่งเมื่อปี 2557 บริษัท NS LPG จำกัด ได้ขออนุญาตก่อสร้างคลังก๊าซ จำนวนที่ดิน 43 ไร่เศษ ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารสำนักงาน, ถังบรรจุก๊าซขนาดใบละ 1,000 ตัน จำนวน 8 ใบ ท่าเทียบเรือ 1 ท่า และการทำถนนเพื่อขนส่งในพื้นที่ชายฝั่งทะเลหมู่ 7 ต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม อยู่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอด
ปลายปี 2558 ได้เริ่มตอกเสาเข็ม ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ออกมาคัดค้าน เนื่องจากหวั่นเกรงจะทำให้วิถีชาวบ้านเปลี่ยนไป และทำลายสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ต่อมาวันที่ 18 มกราคม 2559 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม โดย พ.อ.อนุสรณ์ สวนอิน ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการ มทบ.16 จัดประชุมประชาคมก่อสร้างคลังเก็บก๊าซแอลพีจีดังกล่าว ที่วัดปากสมุทร ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านเข้าร่วมประชาคมกว่า 300 คน
นายจุมพร อภิโชคทวีไพศาล ผอ.ฝ่ายสำนักงาน บริษัท NS LPG จำกัด ได้ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวจะสร้างอาคารสำนักงาน, สร้าง Bulk (กักเก็บก๊าซ) ขนาด 1,000 ตัน 8 ใบ แต่จะดำเนินสร้างก่อนในช่วงแรก 4 ใบ และสร้างท่าเทียบเรือตามขั้นตอนกฎหมาย และได้รับใบอนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้ว ทั้งนี้ คลังก๊าซไม่ทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่มีมลภาวะเป็นพิษแต่อย่างใด เนื่องจากก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับทั่วโลก จึงไม่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชมที่อยู่ล้อมรอบสามารถปลูกพืชผักผลไม้เลี้ยงสัตว์ได้ทุกชนิดตามปกติ
นอกจากนี้ ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับเงินภาษีบำรุงท้องที่ที่จะต้องชำระให้ อบต.ทุกปี พิจารณาคนในพื้นที่เข้ามาทำงานช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน และให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ก๊าซหุงต้มในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด
รวมทั้งมีส่วนร่วมและช่วยพัฒนาส่งเสริมความเจริญเข้าสู่ชุมชน เช่น มีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้าน มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลาน เป็นต้น อีกทั้งยังสร้างถนนให้กับชุมชนเป็นระยะทางกว่า 5 กม. เชื่อมต่อหมู่ 7 ต.แหลมใหญ่และหมู่ 1 ต.คลองโคน จะทำให้มีการขนส่งผลิตผลทางการประมงการเกษตรสะดวกรวดเร็วการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน เป็นการอำนวยความสะดวกในการสัญจรสู่เส้นทางถนนสายหลักพระราม 2 ด้วย แต่ชาวบ้านยังไม่เห็นด้วย เช่น เป็นห่วงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน การก่อสร้างดังกล่าวจะทำให้สิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยเฉพาะทางทะเลเสียหาย ชาวบ้านหวั่นวิถีชีวิตในการทำประมงพื้นบ้านจะล่มสลาย
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเห็นว่าการก่อสร้างคลังก๊าซในพื้นที่ชุ่มน้ำ อาจจะขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (อนุสัญญาแรมซาร์) ที่ประชุมจึงมติเป็นเอกฉันท์ให้บริษัท NS LPG จำกัด ชะลอการก่อสร้างคลังก๊าซ เพื่อรอการตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสมของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน
นายชวน เกิดทองดี ชาว ต.แหลมใหญ่ กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ทำอาชีพประมงโดยใช้คลองน้อยเป็นเส้นทางหลักสัญจรเข้าออกทะเลกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นประจำทุกวัน จู่ๆ คลังก๊าซจะมาสร้างท่าเทียบเรือขวางคลองแห่งนี้ ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของชาวบ้านที่ทำอาชีพประมงทำมาหากินเลี้ยงปากท้องเลี้ยงดูครอบครัว ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน ก็ไม่มีหน่วยงานไหนตอบกลับมาว่าถูกต้องตามกระบวนการหรือไม่ ชาวบ้านก็จะเข้าใจ แต่ที่ผ่านมายังไม่ตอบอะไรกลับมาเลย เป็นสิ่งที่ชาวบ้านรับไม่ได้ แล้วในอนาคตลูกหลานจะอยู่กันอย่างไร
ขณะที่เจ้าของโครงการแก้ไขปัญหาด้วยการขุดร่องน้ำใหม่ที่ผ่าเข้าไปในดอนสามขาเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หอยต่างๆ วัยอ่อน เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และไม่เกิดประโยชน์เพราะไม่ช้าร่องน้ำที่ขุดก็จะตื้นเขิน
นายสุพจน์ เฟื้องฟุ้ง และนายศักดิ์ดา กันภัย อายุ 30 ปี ชาวแหลมใหญ่ อ้างว่าชาวบ้านได้รับแจ้งจากผู้นำท้องที่ว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้ ชาวบ้านไม่สามารถคัดค้านได้ และเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ก็ไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากเจ้าของคลังก๊าซนี้อ้างว่าเป็นเส้นสายของข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง ชาวบ้านจึงอยากทราบว่าข้อมูลนี้เป็นจริงหรือไม่
นายศิริวัฒน์ คันทารส นักวิชาการประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำดอนหอยหลอดมีความสำคัญระหว่างประเทศ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศสูงและเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ เปรียบเสมือนเป็นป่าต้นน้ำของดอนหอยหลอด คือ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อนโดยเฉพาะหอยที่จะเกิดบริเวณนี้และจะไปเติบโตในดอนหลอดหลอด
อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชาวบ้าน ที่มาเก็บหอยธรรมชาติ และใช้เครื่องมือประมงขนาดเล็กมาจับปลาในบริเวณนี้ ไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับตนเอง จึงถือว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจหลักของชุมชน จากการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าทางเศรษฐกิจในบริเวณตำบลแหลมใหญ่ จากชาวบ้านที่ออกไปเก็บหอยด้วยมือ และการทำประมงพื้นบ้าน พบว่ามีมูลค่าปีละ 288 ล้านบาท ซึ่งหมายถึงโครงการก่อสร้างคลังก๊าซดังกล่าวทำลายพื้นที่ระบบนิเวศในบริเวณนี้แล้ว ยังทำลายมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร กล่าวว่า จากการรับฟังเสียงจากชาวบ้านพบว่า การสร้างถนนเข้าโครงการก่อสร้างคลังก๊าซ สร้างจากตำบลคลองโคนมาที่ตำบลแหลมใหญ่ การประกาศพื้นที่แรมซาร์ไซต์ครอบคลุม ต.บางแก้ว ต.บางจะเกร็ง ต.แหลมใหญ่ และ ต.คลองโคน ดังนั้น การสร้างถนนดังกล่าวจึงต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรื่องกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ข้อ 20
ส่วนท่าเรือถ้ามีหน้าท่าเกินกว่า 100 ม. หรือพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศดังกล่าว ข้อ 22 ขณะที่การขุดร่องน้ำใหม่ ถ้าอยู่ในพื้นที่แรมซาร์ไซต์ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ จะต้องเข้าประชุมคณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน ข้อเท็จจริงพบว่ามีการขุดไปก่อนล่วงหน้าแล้ว
จึงต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการขุดได้อย่างไร?
ความขัดแย้งระหว่างเศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อมยังไม่มีจุดสิ้นสุด ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มหมดหวัง
กระทั่งล่าสุดชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้ามาตรวจสอบทำให้ชาวบ้านเริ่มมีหวังว่าจะได้รับการดูแลความเดือดร้อนของชาวบ้านอีกครั้ง!?

