หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านผงะ! เ...

ชาวบ้านผงะ! เข้าป่าหาเห็ด เจอขยะสายไฟ 300 กิโลฯ ถูกเผาทิ้ง กลางป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ 

23.07.26 | 22:07 น.

ชาวบ้านผงะ! เข้าป่าหาเห็ด เจอขยะสายไฟ 300 กิโลฯ ถูกเผาทิ้ง กลางป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ 

 

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ อบต.วังตะเคียน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ (ปจ.2 ทุ่งโพธิ์), ฝ่ายปกครองบ้านเขากระแต และตำรวจ สภ.วังตะเคียน ได้สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบกลางป่าเต็งรัง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ไม่ธรรมดาเพราะเป็น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี

จากการตรวจอย่างละเอียด ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง พบกองเศษสายไฟและสายเคเบิลหุ้มฉนวน ทั้งสีแดงและสีดำ ถูกนำมาทิ้งไว้กระจายกันถึง 4 กองใหญ่ บางส่วนถูกอัดแน่นใส่ถุงบิ๊กแบ็กขนาดใหญ่ โดยมีร่องรอยการจุดไฟเผาเพื่อหลอมละลายเอาเฉพาะทองแดงและอะลูมิเนียมข้างในไปขาย แล้วทิ้งปลอกพลาสติกกับกากเคมีเผาไหม้ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ฉุนกึ๊กคละคลุ้งไปทั่วป่า ประเมินน้ำหนักขยะพิษกองนี้ไม่ต่ำกว่า 200–300 กิโลกรัม คาดว่าถูกแอบนำมาเผาช่วงดึกก่อนหน้าที่ชาวบ้านจะมาเจอประมาณ 2 วัน

นายวรวิทย์ ยังคิด นายก อบต.วังตะเคียน เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่เดินเข้าป่ามาหาเก็บเห็ดและของป่าตอนเช้าตรู่เป็นคนมาพบกองขยะผิดปกตินี้เข้า จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จุดนี้เป็นทางเกวียนเปลี่ยว ห่างจากบ้านคนเกือบ 1 กิโลเมตร พวกมักง่ายเลยอาศัยความมืดแอบขนเข้ามาทิ้ง

Advertisement

“พื้นที่ตรงนี้เป็นป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้ เนื้อที่ใหญ่โตกว่า 1,000 ไร่ และยังเป็นพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ที่ชาวบ้านใช้เก็บเห็ดเก็บของป่าเลี้ยงชีพ การที่มีคนเอาขยะเคมีมาทิ้งและจุดไฟเผาแบบนี้ ถือเป็นการทำลายธรรมชาติ และสร้างมลพิษทางอากาศกับดินอย่างร้ายแรงที่สุด” นายวรวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน หากย้อนดูพฤติกรรมสุดชั่วร้ายในรอบเดือนนี้ จะเห็นได้ว่ากลุ่มทุนมืดทำงานกันเป็นขบวนการ กระจายทิ้งขยะพิษไปทั่วปราจีนบุรีถึง 3 จุดใหญ่ๆ ได้แก่

จุดแรก ที่ ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี แอบเอาขยะสายไฟบดอัดมาดัมป์ทิ้งในบ่อลูกรังเก่าพื้นที่สาธารณะ กว้างกว่า 3 ไร่ ลึกถึง 6 เมตร แล้วเอารถไถมาดันดินกลบปิดปากบ่อ ทำให้น้ำในบ่อเน่าเสีย เสี่ยงไหลซึมลงแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำบางปะกง

จุดที่สอง ที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จุดนี้หนักหนาสาหัส เพราะเอาผงเคมีสีดำที่ คายความร้อนตลอดเวลา มาเทปรับพื้นที่ เอาเปลือกสายไฟมาบดอัดทำเป็นถนน แถมยังแอบปล่อยน้ำเสียปน คราบน้ำมันเครื่องใช้แล้ว ลงสระน้ำการเกษตร จนน้ำกลายเป็นสีเทาเข้มส่งกลิ่นฉุน ก่ออันตรายต่อฝูงช้างป่าเขาอ่างฤาไนที่เดินผ่าน

จุดที่สาม ที่ ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี (ล่าสุด): ยามวิกาลแอบลักลอบขนสายไฟ 200–300 กิโลกรัม เข้ามาจุดไฟเผาวินาศควันโขมง กลางป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ป่าสงวนแห่งชาติห้วยไคร้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยไคร้ แห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

โดยเริ่มต้นมาจากการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงอนุรักษ์พรรณไม้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ก่อนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงมีพระราชดำริจัดตั้งโครงการ อพ.สธ. ขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นกรอบให้ทุกฝ่ายร่วมกันสำรวจและรักษาทรัพยากรไทย

ต่อมา กรมป่าไม้ ร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรี และ อบต.วังตะเคียน จึงได้สงวนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยไคร้ ซึ่งเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้พื้นถิ่น สมุนไพรหายาก และเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้าน ให้เป็น “พื้นที่ปกปักทรัพยากร” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองฟื้นฟูธรรมชาติ เป็นศูนย์เรียนรู้วิจัยของเยาวชน และเปิดให้ชุมชนใช้ประโยชน์เก็บหาของป่าได้อย่างยั่งยืน การที่มีแก๊งมักง่ายขนขยะพิษเข้ามาเผาทำลาย จึงเท่ากับเป็นการย่ำยีพื้นที่อนุรักษ์อันทรงคุณค่าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เพื่อไม่ให้สารพิษจากการเผาพลาสติกรั่วซึมลงดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ นายก อบต.วังตะเคียน ได้สั่งการให้นำรถบรรทุกเข้าจัดเก็บขนย้ายเศษสายไฟพิษทั้งหมดออกจากป่าโดยด่วน และประสานส่งมอบให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีตามหลักสุขาภิบาลอุตสาหกรรมมาทิ้ง เพื่อรักษาผืนป่าอนุรักษ์พันธุกรรมพืชแห่งนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบไป