หน้าแรก ภูมิภาค เลขาฯกกต. มั่...

เลขาฯกกต. มั่นใจรู้ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ก่อน 4 ทุ่ม รับ 1 เรื่องร้องเรียนไต่สวนหลังปิดหีบ

26.07.26 | 12:01 น.

บรรยากาศเลือกตั้งนายกอบจ.เลขากกต.เชื่อไม่ซับซ้อนจะรู้ผลก่อน4ทุ่มและมีเรื่องร้องเรียน1เรื่องที่จะต้องดำเนินการหลังเลือกตั้งตามผิดถูก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 ก.ค. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้นำคณะผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ประกอบด้วย นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายนันทวิทย์ นาคแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ทําหน้าที่ประธานกรรมการการเลือกตั้งนายก อบจ. ว่าที่ ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. พร้อม เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และในส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบบรรยากาศการเลือกตั้ง จุดแรก ที่โรงเรียนเทศบาลวัดบูรพาภิราม ที่มี 2 หน่วยเลือกตั้ง คือหน่วยที่ 17 และหน่วยที่ 19 ซึ่งมียอดผู้ใช้สิทธิ์ รวม 1,302 คน และตรวจหน่วยเลือกตั้งที่ 31 วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นจุดที่ นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งจุดนี้มียอดผู้ใช้สิทธิ์ 394 คน ซึ่งทุกหน่วยมีคนทยอยมาใช้สิทธิ์ไม่คึกคัก

และ กกต.ร้อยเอ็ด รายงานการตรวจสอบไปยังเจ้าหน้าที่ประจําหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 2,539 หน่วย ทั้ง 20 อําเภอ ล้วนเป็นไปแบบไม่คึกคัก


นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า จากการตรวจสอบ เชื่อว่าทุกอย่างจะไม่เกิดปัญหาเพราะเจ้าหน้าที่ กปน.มีการซักซ้อมและเข้าใจชัดเจนทั้งในแนวปฏิบัติและการแก้ปัญหา และขบวนการเฝ้าระวังการทำผิดกฎหมายก็มีความพร้อม เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความราบรื่น รวดเร็ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างมีการเตรียมการมาดี และเชื่อว่าการนับคะแนนหลังปิดหีบแล้วน่าจะรู้ผลด้วยความรวดเร็ว เพราะเป็นการเลือกตั้งเพียงนายกคนเดียว ไม่มีอะไรซับซ้อน ซึ่งน่าจะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการได้ไม่เกิน 4 ทุ่ม

Advertisement

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น และความผิดปกติของการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยังไม่พบว่ามีเหตุใดๆ ที่จะสอบว่ามีการทุจริต

ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียงประเด็นเดียวก็คือ มีการร้องเรียนว่าผู้สมัครที่เป็นนายก อบจ เดิม แล้วลาออกมาเลือกตั้ง ทำผิดระเบียบของการเลือกตั้ง มีการอนุมัติงบในช่วง 90 วัน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งที่มีการร้องเรียน เพียงเหตุเดียวเท่านั้น ซึ่งอยู่ในระหว่างการไต่สวน ที่แน่นอนว่าจะรู้ผลหลังการเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผู้ถูกร้องจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ได้รับการเลือกตั้ง ทุกอย่างก็ต้องดําเนินการตามการวินิจฉัยความผิดถูกของ กกต. ที่จะตัดสินให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายของ กกต.ต่อไป