หน้าแรก ภูมิภาค สาวบุกยิง ครู...

สาวบุกยิง ครูเบียร์ อดีตแฟนหนุ่มดับคาบ้าน เพื่อนสนิทเล่านาทีชีวิต ถูกปืนจี้ขึ้นรถ-บังคับให้ดูตายหรือยัง? 

27.07.26 | 16:42 น.

สาวบุกยิง ครูเบียร์ อดีตแฟนหนุ่มดับคาบ้าน เพื่อนสนิทเล่านาทีชีวิต ถูกปืนจี้ขึ้นรถ-บังคับให้ดูตายหรือยัง? 

 

อดีตแฟนสาววัย 33 ปี ที่เลิกรากับฝ่ายชายไปแล้ว กลับมาหาฝ่ายชายที่บ้านในพื้นที่ตำบลบ้านเป้ด อำเภอเมืองขอนแก่น ก่อนจะมีปากเสียงกันและมีเสียงปืนดังขึ้นกลางดึก ก่อนพบฝ่ายชายถูกยิงเสียชีวิตคาห้องนอน ล่าสุดฝ่ายหญิงเข้ามอบตัวพร้อมอาวุธปืน ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนปมเหตุ

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.ท.ประเสริฐ ตุ้มฉิม รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บ้านเป็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ เข้าตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิต ภายในบ้านหลังหนึ่ง บ้านหนองหลุบ หมู่ 7 ตำบลแดงใหญ่ อำเภอเมืองขอนแก่น

โดยภายในห้องนอนพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สภาพศพไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีดำ พิงกระจกห้องนอน บนหัวนอนพบกองเลือด จากการตรวจสอบถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ นอกจากนี้ยังพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 1 นัด ตกอยู่ภายในห้อง จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายครรชิต  อายุ 34 ปี “ครูเบียร์” ชาว ต.วังทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ประกอบอาชีพเป็นครูประจำที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองขอนแก่น

พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตได้อยู่กับ นางสาวณัฏฐณิชา หรือ น.ส.สอง อายุ 33 ปี ชาว ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น โดยหลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป อยู่ระหว่างติดตามจับกุม

Advertisement

เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเคยคบกันเป็นแฟนมาก่อน จากนั้นทั้งสองคนได้แยกทาง แต่ก็ยังติดต่อหากันจนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่าน นางสาวณัฏฐณิชา ได้เข้ามานายครรชิต จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.30น. ได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นนางสาวณัฏฐณิชา ได้ขับรถยนต์ออกไปจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่เพื่อนบ้านเห็นผิดสังเกตจึงได้แจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ จนกระทั่งพบว่านายครรชิตถูกยิงเสียชีวิตในห้องนอน

ล่าสุด นางสาวณัฏฐณิชา ได้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนที่จะให้ทางพ่อเดินทางเข้ามอบตัวกับทางตำรวจ สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ทางตำรวจสืบสวน สภ.บ้านเป็ด อยู่ในระหว่างเดินทางไปรับตัวกลับมาสอบสวนเพิ่มเติม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยได้พบกับ น.ส.นุ่น (ขอสงวนชื่อ-สกุล) เพื่อนหญิงคนสนิทของครูเบียร์ และ บรรดาเพื่อนร่วมงานของครูเบียร์ ซึ่งเดินทางเข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งแต่ละคนต่างอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ โดยเฉพาะ น.ส.นุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังดังกล่าว ยังอยู่ในการช็อกและเศร้าโศกกับการสูญเสียเพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยมัธยม

น.ส.นุ่น ได้เล่าเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ ว่า ตนเองและครูเบียร์ เป็นเพื่อนสนิทกันมาก เรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม มีความสนิทสนมกับพ่อแม่และครอบครัวของครูเบียร์ที่มีบ้านอยู่ จ.กำแพงเพชร ซึ่งปกติแล้วตนเองทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี แต่ได้เดินทางมาหาครูเบียร์ที่ จ.ขอนแก่น ได้ประมาณ 4-5 วัน ก่อนที่จะเกิดเหตุ เนื่องจากครูเบียร์เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่ข้อเข่าจนต้องเจาะเข่า ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ตนเองจึงเดินทางมาคอยดูแลครูเบียร์ ในฐานะเพื่อนสนิท เนื่องจากครูเบียร์อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียว หลังจากที่เพิ่งสอบบรรจุเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งครู กศน. ได้ ในช่วงปลายปี 2568 และเพิ่งกู้ธนาคารซื้อบ้านหลังนี้ได้ไม่ถึง 5 เดือน ซึ่งในช่วงที่ตนเองมาคอยดูแลครูเบียร์ ก็ไม่เคยมีเรื่องเกิดขึ้น แต่ตนเองก็รับรู้จากครูเบียร์อยู่ว่า ครูเบียร์ได้พูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อเล่นว่า “สอง” แต่ครูเบียร์ได้ตีตัวออกหาก น.ส.สอง มาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เนื่องจากนิสัยเข้ากันไม่ได้ เนื่องจาก น.ส.สอง เป็นคนอารมณ์รุนแรง และ มักใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับครูเบียร์

น.ส.นุ่น กล่าวว่า กระทั่งในช่วงเวลาประมาณ ตี 1 กว่า ๆ ขณะที่ตนเอง และ ครูเบียร์ เข้านอนไปแล้ว ตนเองได้ยินเสียงดังเปรี้ยงขึ้นหนึ่งครั้งที่ห้องโถง ตอนแรกคิดว่า เป็นเสียงหม้อแปลงระเบิด จึงได้ปลุกครูเบียร์เพื่อจะสอบถามว่า ได้ชาร์จอุปกรณ์อะไรไว้หรือไม่ ต่อมาตนเองจึงได้ลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องนอนเพื่อจะออกไปดู ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เปิดไฟห้อง มีเพียงแสงสว่างที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา

น.ส. กล่าวต่อว่า โดยทันที ที่ตนเปิดประตูห้องนอนออก ก็เห็นร่างของคนยืนอยู่หน้าห้อง ตอนนั้นตนเองทราบได้ทันทีว่า คนที่อยู่นั้นคือ “น.ส.สอง” แต่ไม่ทันได้ทำอะไร น.ส.สอง ก็ผลักประตูเข้ามา แล้วก็มีเสียงดังเปรี้ยงขึ้น 1 ครั้ง ตนเองทราบได้ทันทีว่า เป็นเสียงของอาวุธปืน จากนั้น น.ส.สอง จึงได้เปิดไฟห้องนอน เมื่อตนเองหันไปทางที่ครูเบียร์นอนอยู่ ก็พบว่า มีเลือดไหลออกจากร่างกายของครูเบียร์ ตอนนั้นตนเองช็อกมาก แต่ไม่ทันได้ตั้งสติ น.ส.สอง ก็เอาปืน จี้มาหาตนเอง แล้วบอกให้ตนเอง เดินเข้าไปดูว่า ครูเบียร์ตายหรือยัง ซึ่งตอนนั้นตนเองเห็นเลือดพุ่งออกจากศีรษะของครูเบียร์ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

น.ส. กล่าวต่อว่า  จากนั้นไม่นาน น.ส.สอง ได้เข้ามากระชากผมของตนเอง แล้วใช้ปืนจี้ที่ลำตัว บังคับให้ตนเองไปที่รถยนต์ของ น.ส.สอง โดยบังคับให้ตนเองขับรถ ส่วน น.ส.สอง นั่งข้างฝั่งคนขับ พร้อมกับใช้อาวุธปืนจี้ไว้ตลอดเวลา ก่อนจะบอกให้ตนเองขับไปยัง บขส.ขอนแก่น แห่งที่3 ซึ่งตอนนั้นตนเองทำอะไรไม่ถูก และหวาดกลัว ทำให้ขับรถไปแบบไร้ทิศทาง เนื่องจากไม่รู้ว่า บขส.ขอนแก่น แห่งที่ 3 ไปทางไหน เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ กระทั่งไปถึงบริเวณป่าที่มืดสนิท น.ส.สอง ได้บังคับให้ตนเองลงจากรถ และ น.ส.สอง ก็ลงมาด้วยพร้อมกับอาวุธปืน ตนเองจึงได้ขอร้องว่า อย่ายิงนะ อย่าทำอะไรเลย พร้อมกับพยายามร้องขอชีวิต ซึ่ง น.ส.สอง บอกว่า ตอนนี้ยังไม่ยิง แต่จะเอาลูกปืนออกก่อน ก่อนที่ น.ส.สอง จะยิงปืนไปที่ต้นไม้ 1 นัด หลังจากนั้นก็บังคับให้ตนเองขึ้นรถ แล้วบอกให้ขับรถไปทางสนามบินขอนแก่น

น.ส.นุ่น เล่าต่อว่า ในระหว่างที่ตนเองขับรถ น.ส.สอง ได้ข่มขู่ตนเองตลอดทางว่า อย่าตุกติกไม่งั้นจะยิง เพราะยังเหลือกระสุนปืนในปืนอยู่อีก 4 นัด พร้อมกับขึ้นไกปืนแล้วหันมาหาตนเอง ซึ่งตนเองสังเกตว่า น.ส.สอง อยู่ในอารมณ์โกรธ แต่ยังพูดคุยเหมือนคนมีสติ และ น.ส.สอง ยัง บอกกับตนเองว่า “อยากจะฆ่าครูเบียร์” “ รักครูเบียร์มาก แต่ครูเบียร์ไม่เห็นคุณค่า” กระทั่งตนเองขับรถไปถึงหมู่บ้านจัดสรรใกล้ๆ ทางเข้าสนามบินขอนแก่น น.ส.สอง จึงได้บอกว่า ให้ตนเองลงจากรถไป ตนเองจึงรีบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือ แล้วลงจากรถ ซึ่งขณะนั้นมีรถจักรยายนต์ขับผ่านมาพอดี ตนเองจึงเรียกขอความช่วยเหลือ พาออกจากจุดนั้น ก่อนที่จะรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ช่วยเหลือในเวลาต่อมา

น.ส.นุ่น กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาที่นึกถึงภาพที่ น.ส.สอง ใช้ปืนจี้บังคับให้ตนเองเข้าไปดูร่างของครูเบียร์ว่าตายหรือยัง ซึ่งตอนที่ตนเองเข้าไปดูร่างครูเบียร์แล้วเห็นเลือดไหลพุ่งออกจากศีรษะ ก็ยิ่งเป็นภาพติดตาตนเอง ที่ไม่สามารถช่วยเหลือครูเบียร์ได้เลย การกระทำของ น.ส.สอง เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม หากเลือกได้ตนเองอยากให้ น.ส.สอง ตายไปเหมือนกับที่ทำกับครูเบียร์ และตนเองจะไม่อโหสิกรรมให้ ตนเองเสียใจมาก เพราะเป็นกับครูเบียร์มาหลายสิบปี รับรู้ว่าครูเบียร์กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เขาผ่านความลำบากมามาก สอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการมากว่า 20 ครั้ง เพื่อหวังว่าจะทำให้พ่อแม่ได้อยู่อย่างสุขสบาย ในวันที่ครูเบียร์กำลังจะทำตามฝันของตนเองได้สำเร็จ มีบ้านของตนเองที่เพิ่งกู้ซื้อ กำลังมีเงินเดือนที่จะสร้างบ้านให้พ่อแม่ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับมาพรากทุกอย่างจากครูเบียร์ จากครอบครัวของครูเบียร์ไปตลอดกาล ตนเองไม่ขออโหสิกรรมเด็ดขาด และขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับ น.ส.สอง ให้ถึงที่สุด

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจากเพื่อนร่วมงานของครูเบียร์ด้วยว่า ครูเบียร์ได้รู้จักกับ น.ส.สอง ผ่านการแนะนำจากกลุ่มเพื่อน โดยได้พูดคุยคบหา แต่ไม่ได้เรียกว่า แฟน มาได้ประมาณ 5 เดือน แต่ด้วยนิสัยของฝ่ายหญิงที่เป็นคนโมโหร้าย มักใช้ถ้อยคำรุนแรงกับครูเบียร์ ทำให้ครูเบียร์ เริ่มตีตัวออกหาก พร้อมกับขอลดความสัมพันธ์ แต่ฝ่ายหญิงกลับไม่ยอม และยังคงตามตามรังควานครูเบียร์ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ซึ่งไม่มีใครคิดว่า เหตุการณ์จะบานปลายจนเกิดเหตุสลดกับครูเบียร์แบบนี้ได้

ต่อมา ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปยังบ้านหลังเกิดเหตุ พบว่า บ้านถูกปิดเงียบ บริเวณตัวบ้าน ยังมีด้ายสายสิญจน์คล้องอยู่ ซึ่งเป็นด้ายที่เพิ่งทำพิธีขึ้นบ้านใหม่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ขณะที่บ้านที่อยู่ติดกันยังฝั่งหนึ่งยังมีคนอาศัยยอยู่ตามปกติ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพื่อนบ้านรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 26 ก.ค. ได้สังเกตเห็นรถยนต์เก๋งสีขาวคันหนึ่ง ขับวนเวียนผ่านหน้าบ้านครูเบียร์หลายรอบ มั่นใจว่า ไม่ใช่รถของคนที่อาศัยอยู่ในซอย เนื่องจากขับเร็วกว่าปกติ ขณะที่ในช่วงเกิดเหตุ ไม่ได้ยินเสียงปืน เพราะหากเข้าในบ้านแล้วจะไม่ได้ยินเสียงภายนอก ยอมรับว่า ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น เพราะตั้งแต่ที่ครูเบียร์มาซื้อบ้านอยู่ใกล้กัน ก็เป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งตนเองก็เคยเห็นว่า มีผู้หญิงมาที่บ้านครูเบียร์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทราบว่า ใครเป็นใคร หรือ ใช้แฟนครูเบียร์หรือไม่

ส่วนในทางคดี มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุ น.ส.สอง ได้ขับรถยนต์ไปบ้านที่ จ.หนองบัวลำภู และให้ครอบครัวพาเข้ามอบตัว ซึ่งหลังสอบปากคำอย่างละเอียด จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป