วงจรปิดจับชัด 2 วัยรุ่นขี่ จยย. ปาบึ้มถล่มบ้าน ตำรวจเร่งล่าตัวพุ่งปมหนี้ยาเสพติด
ความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ก่อเหตุขว้างระเบิด 2 ลูก ภายในซอยขายห่อหมก ถนนอภัยบริรักษ์ ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนและสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้าน แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้น
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ล่าสุดวันนี้ชุดสืบสวนเร่งขยายผลติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยรวบรวมพยานวัตถุ พยานบุคคล และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อแกะรอยเส้นทางหลบหนีและหามูลเหตุของการก่อเหตุอย่างละเอียด

แนวทางการสืบสวนเบื้องต้น ตำรวจให้น้ำหนักไปที่ปมความขัดแย้งเรื่องหนี้ยาเสพติด โดยเชื่อว่าเป้าหมายที่แท้จริงน่าจะเป็นบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับบ้านที่ได้รับความเสียหาย บ้านดังกล่าวไม่มีผู้อาศัยแล้ว หลังลูกชายเจ้าของบ้านถูกจับกุมในคดีค้ายาเสพติด ส่วนผู้เป็นแม่ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งด้านอื่น และยังคงเดินหน้าสืบสวนทุกมิติ

ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ซึ่งบันทึกพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน พบวัยรุ่น 2 คน สวมเสื้อแจ็กเก็ตฮู้ดคลุมศีรษะเพื่ออำพรางใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์คาดว่าเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เข้าไปในซอยซึ่งเป็นซอยตัน ก่อนกลับรถมาจอดบริเวณกลางซอย
จากภาพพบว่า ผู้ซ้อนท้ายลงจากรถและขว้างระเบิดลูกแรกเข้าไปยังจุดเป้าหมาย จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนวิ่งกลับมาขึ้นรถที่เพื่อนจอดรอไว้ และระหว่างหลบหนี ผู้ซ้อนท้ายยังขว้างระเบิดอีก 1 ลูก จากนั้นทั้งสองเร่งเครื่องหลบหนีออกจากปากซอยมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง

ผลการตรวจพิสูจน์ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนวัตถุระเบิดขว้างสังหารบุคคล 2 ชนิด ได้แก่ ระเบิดชนิด M67 จำนวน 1 ลูก และระเบิดชนิด SFG-87 ซึ่งผลิตในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 1 ลูก โดยได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงไปถึงผู้ก่อเหตุ
พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทลุง เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนกำลังเร่งแกะรอยผู้ต้องสงสัยจากภาพกล้องวงจรปิดและข้อมูลด้านการข่าว พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากเป็นการใช้อาวุธร้ายแรงก่อเหตุในพื้นที่ชุมชน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่


