ญาติพาเยาวชนเข้ามอบตัว หลังยิงอริดับ 1 ลั่นไม่ปกป้อง “เมื่อทำผิด ก็ต้องรับผลของการกระทำ”
จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 กรกฎาคม เกิดเหตุวัยรุ่นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองพระยาบันลือ หมู่ 1 ตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ นายดรีม อายุ 18 ปี ถูกยิงเสียชีวิต และ นายบรีส อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บ โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีปัญหาขัดแย้งและท้าทายกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนนัดออกมาเคลียร์ปัญหา แต่กลับเกิดเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันอย่างรุนแรง
ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คนในชุมชนได้นำตัว นายไข่เค็ม อายุ 17 ปี, นายโก้เล็ก อายุ 16 ปี และ นายณัฐ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมก่อเหตุ เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ยังเหลือ นายโก้ใหญ่ อีก 1 ราย ซึ่งยังไม่เข้ามอบตัวและอยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ระหว่างที่กำลังพาเข้ามอบตัวเกิดความวุ่นวายแม่มีเพื่อนของกลุ่มผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เข้า เข้ามาดูผู้ต้องหาทำให้เกิดความวุ่นวายเจ้าหน้าที่ป้องกันให้ออกห่าง
ญาติของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังทราบว่าเด็กในชุมชนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงกลุ่มวัยรุ่นจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ได้พยายามติดต่อทั้งคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งช่วงเช้าจึงสามารถติดต่อ นายไข่เค็ม และ นายโก้เล็ก ได้ ก่อนเดินทางไปรับตัวที่ย่านคลองเตย กรุงเทพมหานคร พร้อมรับตัว นายณัฐ อีก 1 คน แล้วพาทั้งหมดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบสวนเบื้องต้น เยาวชนทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในเหตุการณ์จริง โดยอ้างว่าทั้งสองกลุ่มมีปัญหาขัดแย้งและทะเลาะวิวาทกันมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน ก่อนเกิดเหตุได้มีการท้าทายกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และนัดหมายออกมาพบกัน
นายไข่เค็ม ให้การว่า คืนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยนายโก้เล็ก นายณัฐ และนายโก้ใหญ่ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านจำนวน 2 คัน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุได้พบกลุ่มผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยอ้างว่าฝ่ายตนถูกอีกฝ่ายขว้างระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงใส่ก่อน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตนจึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กลับไป โดยไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี
ภายหลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหายังได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าตนเองก็ถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนยิงใส่เช่นเดียวกัน
จากการสอบสวนพบว่า วัยรุ่นทั้งสองกลุ่มมีปัญหาขัดแย้งกันมาเป็นเวลานาน แม้ผู้ใหญ่ในชุมชนจะเคยเข้าไปไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ไม่สามารถยุติความบาดหมางได้ กระทั่งเหตุการณ์บานปลายเป็นการใช้อาวุธปืนก่อเหตุ จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย
ด้าน ครอบครัวของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ยอมรับในการกระทำของเยาวชน และจะไม่ปกป้องหรือเข้าข้าง หากกระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย พร้อมกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตไม่สามารถออกมาพูดหรือชี้แจงข้อเท็จจริงได้อีกแล้ว จึงต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน นายหมัด รุ่นพี่กลุ่มของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ปัญหาที่ผ่านมาเยาวชนของสองชุมชนซึ่งทั้งสองชุมชนก็เป็นทั้งไทยพุทธและมุสลิมมีปัญหาความขัดแย้งบาดหมางทะเลาะวิวาทการมาเป็นประจำ ส่วนเรื่องที่มีการใช้หมูมาในการท้าทายหน้าสุเหล่ายอมรับเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แต่เรื่องนี้ไม่น่าใช่ที่จะเป็นประเด็นหลักในการที่จะมาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน
ทะเลาะกันไม่ชอบกันไม่น่าจะเอาเรื่องศาสนามาเกี่ยวข้องมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะเกิดปัญหาความขัดแย้งกันในชุมชนตนเองก็เกิดในครอบครัวชุมชนมุสลิมทั้งสองฝ่ายเป็นชาวชุมชนมุสลิมและ พี่น้องชาวพุทธ
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ปัญหามาจากเรื่อง เรื่องผู้หญิงที่ทั้งสองกลุ่มมีปัญหากันแต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร



