เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2560 จากกรณีที่นายวชิระ อริยะพงษ์กรณ์ พนักงานร้านจำหน่ายอาหารสัตว์นำหลักฐานเป็นสำเนาเอกสารการฝากเงินเข้าบัญชีของธนาคารแห่งหนึ่งใน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท มาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม จากเหตุการณ์ที่นายจ้างให้นำเงินสดจำนวน 80,000 บาทไปเข้าบัญชี ซึ่งตนก็นับเงินต่อหน้านายจ้างว่าครบถ้วน แต่ตรวจสอบภายหลังพบว่าพนักงานออกสลิปรายการรับฝากให้เพียงแค่ 40,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปเเล้วนั้น (คลิกอ่าน : วอน! ขอความเป็นธรรม หนุ่มฝากเงิน 8 หมื่นแต่แบงค์ลงยอดแค่ 4 หมื่น ถูกสงสัยยักยอกเงินนายจ้าง)
ล่าสุดนางสายสุนีย์ อู๋เพชร อายุ 54 ปี นายจ้างของนายวชิระ ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องดังกล่าวผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วแต่ยังไม่มีความชัดเจนจากทางธนาคาร ทำให้ตนเองไม่วางใจในการทำงานของพนักงานธนาคาร เพราะยอดเงินที่หายไปยังไม่ถูกตรวจสอบหาข้อพิสูจน์อย่างจริงจังว่าหายไปได้อย่างไร ทำให้ยังไม่ได้เงินกลับมา และพฤติกรรมของพนักงานคนรับเงินที่มีการแยกเงินเป็น 2 ก้อน แต่นับเพียงก้อนเดียวนั้นถูกต้องหรือไม่อย่างไร และปัจจุบันพนักงานคนดังกล่าวก็ยังทำงานอยู่ตามปกติ
ส่วนของนายวชิระเอง ทางร้านเคยให้นำเงินไปเข้าบัญชีแบบนี้อยู่เป็นประจำ และหลายครั้งที่ยอดเงินสูงกว่านี้ ก็ไม่เคยมีปัญหา แต่ในทางกลับกัน ตนเองกลับพบเหตุการณ์ที่พนักงานธนาคารทำงานผิดพลาดต่อหน้าต่อตา ที่ตนนำเงิน 110,000 บาทไปฝาก แต่พนักงานคีย์ยอดให้เพียง 11,000 บาท ซึ่งในเรื่องนี้ตนเองต้องการให้ธนาคารและตำรวจเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว ว่าพนักงานธนาคารกระทำการทุจริต หรือลูกน้องของตนยักยอกเงิน เพื่อให้เกิดความกระจ่าง บุคคลที่เกี่ยวข้องจะได้พ้นมลทิน คนกระทำผิดจะได้รับการลงโทษ เพราะถ้าหากนายวชิระผิด ตนเองก็ไม่เอาไว้แน่ และถ้าหากพนักงานของธนาคารผิดก็ควรจะต้องได้รับโทษเช่นกัน

