อาจารย์ ม.นเรศวร เข้าห้ามศึก พี่ชายทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ปมเผาขยะ กลับถูกสุนัขบางแก้ว 2 ตัวรุมกัด
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ดร.อลงกรณ์ อักษรศรี อายุ 43 ปี อาจารย์คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร ร้องขอความเป็นธรรม หลังเกิดเหตุพี่ชายมีปากเสียงกับเพื่อนบ้านจากปัญหาการเผาขยะที่ยืดเยื้อมานานนับปี ก่อนบานปลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาท และตนเองซึ่งเข้าไปห้ามเหตุ ถูกเพื่อนบ้านเหมือนจงใจปล่อยสุนัขพันธุ์บางแก้วโตเต็มวัย 2 ตัว ออกมารุมกัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณต้นคอซึ่งเป็นจุดอันตราย ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้
ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ ตนเองยังมีภาวะเครียดเฉียบพลันจากการถูกสุนัขกัด ต้องเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์และรับยาแก้เครียด รวมถึงยารักษาอาการแพนิค ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ คู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขไม่มีการติดต่อมารับผิดชอบหรือกล่าวขอโทษแต่อย่างใด แต่กลับมีการข่มขู่คุณแม่วัย 75 ปี ของตนโดยอ้างข้อความในลักษณะว่า “บ้านผู้ได้รับบาดเจ็บรู้จักตำรวจไหม แต่บ้านของตนเองรู้จักตำรวจ หากเกิดอะไรขึ้นจะเล่นให้หนาวเลย” ทำให้ครอบครัวเกิดความหวาดกลัว
ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก มาประมาณ 7 ปี อยู่ร่วมกับพี่ชายและคุณแม่วัย 75 ปี ส่วนบ้านคู่กรณีอยู่ฝั่งตรงข้ามในซอยเดียวกัน ย้ายเข้ามาอยู่ประมาณ 2-3 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บ้านหลังดังกล่าวมีพฤติกรรมเผาขยะภายในบ้านเป็นประจำ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกลิ่นจากการเผาถุงพลาสติก ตนเองและเพื่อนบ้านหลายรายเคยเข้าไปพูดคุย รวมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านให้ช่วยตักเตือน แต่คู่กรณีอ้างว่าเป็นการเผาในพื้นที่บ้านของตนเองจึงไม่เป็นปัญหา และตนยังได้ร้องเรียนไปยังสมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าทองแล้วตั้งแต่ปี 2568 ก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้

ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ บ้านคู่กรณียังเลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้วโตเต็มวัยจำนวน 2 ตัว ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่า สุนัขทั้งสองตัวมักหลุดออกจากบ้านเองอยู่บ่อยครั้ง วิ่งไล่เห่าหรือไล่คุกคามชาวบ้านในหมู่บ้าน จนหลายคนไม่กล้าเดินผ่านบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าจะถูกสุนัขทำร้าย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. ผู้เสียหายระบุว่า วันดังกล่าวคู่กรณีกำลังเผาขยะอีกครั้ง พี่ชายของตนจึงแจ้ง รปภ.หมู่บ้าน แต่คู่กรณีไม่ยอมหยุดเผา จึงเดินออกไปพูดคุย ก่อนเกิดการโต้เถียงและชกต่อยกันบริเวณกลางถนนในซอยระหว่างบ้านทั้งสองหลัง
ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า ขณะนั้น ตนเองเห็นเหตุการณ์จึงรีบเดินเข้าไปเพื่อห้ามไม่ให้เหตุบานปลาย แต่จู่ ๆ ประตูรั้วบ้านคู่กรณีถูกเปิดออกในลักษณะที่ตนเชื่อว่าเป็นการตั้งใจปล่อยให้สุนัขบางแก้วทั้ง 2 ตัววิ่งออกมา ก่อนที่สุนัขจะเข้ากัดและกระชากบริเวณสะโพกจนล้มลง จากนั้นถูกรุมกัดหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก ผู้เสียหายกล่าวต่อว่า ด้วยความที่ตนเองเป็นอาจารย์คณะพยาบาล จึงทราบดีว่าบาดแผลบริเวณต้นคออยู่ใกล้เส้นเลือดแดง เส้นเลือดดำ และเส้นประสาทสำคัญ หากถูกกัดลึกกว่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงพยายามตั้งสติ ลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าบ้าน ขณะที่พี่ชายพยายามเข้ามาช่วย แต่ถูกคู่กรณีซึ่งเป็นพ่อและลูกช่วยกันดึงตัวไว้ ก่อนจะสะบัดหลุดมาช่วยได้ในภายหลัง ส่วนสุนัขทั้งสองตัวก็วิ่งออกไปทั่วหมู่บ้าน
ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ เพื่อนบ้านและพี่ชายรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ในสภาพมีบาดแผลทั่วร่างกาย เสื้อผ้าฉีกขาด และมีเลือดไหลจำนวนมากจากบริเวณลำคอ แพทย์ระบุว่าเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ไม่สามารถเย็บปิดได้ทันที เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า จึงต้องฉีดเซรุ่มป้องกันพิษสุนัขบ้า (ERIG) มากกว่า 20 จุด รอบบาดแผลหลายตำแหน่ง ทั้งบริเวณต้นคอ ก้นทั้งสองข้าง ต้นขา น่อง และเท้าซ้าย นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังมีอาการเส้นเอ็นมือซ้ายอักเสบ ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุยังมีภาวะเครียดเฉียบพลันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพียงเห็นสุนัขหรือได้ยินเสียงเห่าก็จะเกิดอาการหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก และแพนิคกำเริบ จึงต้องเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ พร้อมทั้งเดินทางไปทำแผลและติดตามอาการกับแพทย์เป็นประจำทุกวัน คาดว่าจะต้องใช้เวลารักษาอีกหลายสัปดาห์ หลังออกจากโรงพยาบาล ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยตำรวจแจ้งให้ประสานขอใบชันสูตรจากแพทย์นิติเวชก่อน จึงจะเรียกสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้จัดเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว และอยู่ระหว่างรอการติดต่อจากพนักงานสอบสวน พร้อมยอมรับว่ากังวลว่าคดีจะไม่คืบหน้า เนื่องจากคู่กรณีอ้างว่ารู้จักเจ้าหน้าที่ตำรวจยศระดับสูง
ดร.อลงกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันทั้งครอบครัวอยู่ในภาวะหวาดผวาจากคำพูดในลักษณะข่มขู่ของคู่กรณี จนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน และรู้สึกไม่อยากอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมอีกต่อไป ถึงขั้นคิดจะขายบ้านแม้ต้องขาดทุน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรม และดำเนินการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ซึ่งอาจได้รับอันตรายรุนแรงกว่านี้
ด้าน นางเอ (นามสมมติ) เพื่อนบ้านรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนอยู่บ้านใกล้กับทั้งสองฝ่าย และอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มมีปากเสียงเรื่องการเผาขยะ จนเห็นอาจารย์ถูกสุนัขรุมกัด ก่อนจะช่วยนำส่งโรงพยาบาลในสภาพเลือดโชก ยอมรับว่าตกใจเป็นอย่างมาก ตลอดที่ผ่านมาเคยเห็นสุนัขทั้งสองตัวหลุดออกจากบ้านคู่กรณีหลายครั้ง วิ่งไล่ชาวบ้านไปทั่วหมู่บ้าน และเคยกัดผ้าถุงของมารดาตนเองมาแล้ว ส่วนปัญหาการเผาขยะก็เกิดขึ้นเป็นประจำ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนคนในหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปตักเตือนโดยตรง กระทั่งเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้
นางเอ (นามสมมติ) กล่าวต่ออีกว่า ตนอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบทั้งกรณีการเผาขยะ ซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว และปัญหาการเลี้ยงสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย ให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม หรือพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากปัญหาทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2568 ทำให้ชาวบ้านต้องทนกับมลพิษทางกลิ่น และใช้ชีวิตด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าเดินผ่านบ้านหลังดังกล่าวอีกต่อไป


