‘ธนกร’ ลงพื้นที่สงขลารับฟังปัญหาด่านชายแดนสะเดา ชาวบ้านยื่น 5 ข้อเรียกร้อง

31.07.26 | 13:02 น.

‘ธนกร’ ลงพื้นที่สงขลารับฟังปัญหาด่านชายแดนสะเดา เผยชาวบ้านยื่น 5 ข้อเรียกร้องหลังเปิดใหม่ เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวชายแดนด่านนอกอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ จ.สงขลา นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน โดยมีนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ส.ส.สงขลา พรรคภท. และนายศาสตรา ศรีปาน ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯให้การต้อนรับ

นายธนกร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลไทยและมาเลเซียได้ทำพิธีเปิดใช้งานด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่อย่างเป็นทางการว่า เป็นการยกระดับการขนส่ง โดยตัวด่านใหม่ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ขยายของอำเภอสะเดา เชื่อมต่อกับด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย ในขณะที่ด่านเดิม ตั้งอยู่บริเวณบ้านคลองพรวน ถนนกาญจนวณิชย์ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา (ย่านเศรษฐกิจใจกลางชุมชนด่านนอก) เปิดให้บริการมานานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ การย้ายและเปิดใช้งานด่านใหม่ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการในย่านเศรษฐกิจด่านนอกเกิดความกังวลว่า พื้นที่การค้าเดิมจะซบเซาและกลายเป็นเมืองร้าง จึงเรียกร้อง 5 ข้อต่อรัฐบาล ดังนี้

1. คงการใช้งานด่านเก่า (บริเวณด่านนอก) โดยเปิดใช้งานคู่ขนานกับด่านใหม่ รวมทั้งกำหนดช่องทางเข้า-ออกอย่างน้อยอย่างละ 3 ช่องทาง เพื่อรักษาเศรษฐกิจของชุมชนด่านเดิมที่ไม่ควรถูกตัดขาด

Advertisement

2. จัดระเบียบเส้นทางคมนาคมแยกประเภทรถให้ชัดเจน โดยด่านเก่า (ด่านนอก) ให้เป็นเส้นทางสำหรับรถนักท่องเที่ยว รถยนต์ส่วนบุคคล รถตู้ และรถทัวร์ ผ่านเข้ามาเที่ยวในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ส่วนด่านใหม่ ให้กลุ่มรถขนส่งสินค้า และรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้ทั้งหมด เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์

3. ทำบันทึกข้อตกลง (MOA) หรือเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการจากภาครัฐว่าจะไม่ปิดด่านเก่าในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน

4. รัฐร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยทำ MOU ร่วมกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวชายแดนด่านนอกอย่างยั่งยืน

5. ติดป้ายบอกทางให้ชัดเจน โดยจัดทำป้ายบอกเส้นทางขนาดใหญ่ให้ทั่วถึง เพื่อนำทางนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังด่านเก่าและย่านการค้าด่านนอกได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป