เด็กชาย 3 ขวบ เสียชีวิตปริศนา รอยช้ำโผล่ทั่วร่าง แม่-พ่อเลี้ยงฉี่สีม่วงอ้างไม่เกี่ยว จนท.เร่งหาสาเหตุ
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดและมีเงื่อนงำชวนสงสัย คดีเด็กชายวัยเพียง 3 ขวบเสียชีวิตปริศนา มีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ขณะที่แม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยงยังคงให้การปฏิเสธไม่ได้ทำร้าย แต่ตำรวจตรวจพบสารเสพติดในร่างกายทั้งคู่ จึงคุมตัวไว้ดำเนินคดีทันที พร้อมเตรียมส่งศพเด็กตรวจพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ที่ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง
เหตุการณ์เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.32 น. ของวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ชีพตำบลนาโสก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งประสานงานจากโรงพยาบาลมุกดาหาร ให้เข้าช่วยเหลือเด็กชายคอปเตอร์ อายุ 3 ขวบ ซึ่งแม่แจ้งว่ามีอาการไข้สูงและป่วยหนัก
นายพงษ์ศักดิ์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพนาโสก เปิดเผยนาทีเข้าช่วยเหลือว่า เมื่อไปถึงบ้านเกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียวในพื้นที่บ้านเหล่าป่าเป็ด แม่ของเด็กได้อุ้มลูกชายขึ้นแบกบนไหล่นำมาส่งให้กู้ชีพ แต่จากการสังเกตพบว่าเด็กมีอาการตัวอ่อน ร่างกายซีดปนเขียว จึงรีบนำขึ้นรถและทำ CPR ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตทันที ทว่ากลับไม่พบสัญญาณชีพแล้ว ก่อนจะนัดส่งมอบตัวเด็กให้รถโรงพยาบาลมุกดาหารในระหว่างทาง ซึ่งต่อมาทางโรงพยาบาลได้โทรศัพท์ยืนยันว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว โดยเบื้องต้นแพทย์พบรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายจุดอย่างน่าสงสัย

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้นำตัว นางจุ๋ม อายุ 24 ปี (แม่ของเด็ก) และ นายคทาวุธ หรือ “ลูกหิน” อายุ 19 ปี (พ่อเลี้ยง) มาสอบปากคำ โดยทั้งสองให้การอ้างว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรอยฟกช้ำและการเสียชีวิตของน้องคอปเตอร์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ผลปรากฏว่าพบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ในร่างกายของทั้งคู่ จึงได้แจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” และควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามขั้นตอนทันที
ด้าน พลตำรวจตรี ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร (ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 4 ราย และเตรียมเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบเพิ่มอีก 2-3 ราย ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านเกิดเหตุ ยังไม่พบร่องรอยของการต่อสู้หรือร่องรอยการถูกทำร้ายภายในบ้าน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ารอยฟกช้ำเกิดจากสาเหตุใด หรือถูกกระแทกด้วยสิ่งใดก่อนหน้านี้หรือไม่
ผบก.ภ.จว.มุกดาหารกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ประสานเตรียมส่งศพน้องคอปเตอร์ไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และพิสูจน์ว่าร่องรอยบนร่างกายเกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งต้องรอผลสรุปทางแพทย์ยืนยันอีกครั้ง
ขณะที่ยายของน้องคอปเตอร์ ซึ่งเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหารและอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างหนัก ร้องไห้กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า “รับไม่ได้จริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากพบว่าเป็นการกระทำผิดก็อยากให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลานตัวเล็กนิดเดียว แถมยังผอมขนาดนั้น ถ้าไม่รักหรือไม่เลี้ยงก็ไม่น่าทำกัน” ยายยังเล่าทั้งน้ำตาด้วยว่า ตั้งใจไว้ว่าสิ้นเดือนนี้จะรับน้องคอปเตอร์ลงไปอยู่ด้วย ก่อนหน้านี้ยังโทรศัพท์คุยกัน ถามหลานว่า ‘จะลงมาหายายไหม’ หลานยังพยักหน้าตอบกลับมาอยู่เลย ไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียหลานชายไปอย่างไม่มีวันกลับเช่นนี้


