เข้าวันที่ 3 ยังไร้วี่แวว 2 พี่น้องชาวรัสเซียสูญหาย ระดมกู้ภัยกว่า 100 นายตั้งศูนย์รับเบาะแสค้นหา ขณะ 2 ผู้ต้องหาแหกด่านหนีที่จันทบุรี
ความคืบหน้าคดีการหายตัวของสองพี่น้องหญิงชายชาวรัสเซีย วัย 22 และ 17 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์เมื่อเช้ามืดวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ต่อมาศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบซากรถ จยย.ของสองพี่น้องถูกถอดชิ้นส่วนชำแหละและฝังดินอำพรางไว้กลางป่าช้าเก่าทุ่งหลวง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แต่ในส่วนของสองพี่น้องยังคงไร้วี่แววและยังไม่พบตัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ตั้งศูนย์อำนวยการรับแจ้งเบาะแส พร้อมระดมกำลังกว่า 100 นาย เดินหน้าค้นหาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ต้องหาตามหมายจับยังคงหลบหนีนั้น
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือและติดตามผู้สูญหาย เพื่อรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนเกี่ยวกับการหายตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียทั้งสองคน โดยจัดกำลังอาสาสมัครกู้ภัยกว่า 100 นาย สแตนด์บายพร้อมออกปฏิบัติการทันทีเมื่อได้รับข้อมูลใหม่ หวังเร่งค้นหาผู้สูญหายให้พบโดยเร็วที่สุด

นายสุทธิพงษ์ บุญมาฉาย หัวหน้าชุดปฏิบัติการ เปิดเผยว่า ภารกิจค้นหาเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว แม้ขณะนี้ยังไม่มีเบาะแสใหม่ที่ชี้ชัดถึงตำแหน่งของผู้สูญหาย แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงระดมค้นหาในพื้นที่ต้องสงสัย ทั้งบ่อน้ำ พื้นที่ที่พบกลุ่มควัน และจุดที่ยังตรวจสอบไม่ครบถ้วน เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นพบผู้สูญหาย
นอกจากนี้ ทีมกู้ภัยยังได้จัดตั้งโรงครัวภาคสนาม เพื่อประกอบอาหารสนับสนุนกำลังพลจากทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สื่อมวลชน และอาสาสมัครที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่

หัวหน้าชุดปฏิบัติการระบุอีกว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกจุด แม้ยังไม่พบหลักฐานที่นำไปสู่การพบตัวผู้สูญหาย แต่ข้อมูลที่ได้รับช่วยให้การสืบสวนทราบพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยมากขึ้น และสามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นบุคคลหรือรถของผู้ต้องสงสัย หรือมีข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนและค้นหา ขอให้รีบแจ้งไปยังกองอำนวยการที่บริเวณสุสานชากแง้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยเร็ว

ขณะที่ความคืบหน้าด้านการติดตามจับกุมผู้ต้องหานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าสามารถควบคุมตัวนายป๋องและนายธงได้แล้วนั้น จากการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่า ยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้
รายงานระบุว่า เมื่อเวลา 13.08 น. ของวันที่ 30 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตรวจพบความเคลื่อนไหวของนายป๋องและนายธงในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ก่อนมุ่งหน้าไปทางจังหวัดสระแก้ว ต่อมาเวลาประมาณ 01.00 น. ที่ด่านเขาแหลม อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกำลังตั้งจุดตรวจ ได้มีรถจักรยานยนต์ขับเข้ามา โดยหนึ่งในผู้ขับขี่สวมหมวกที่มีลักษณะคล้ายหมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอีกคนสวมเสื้อคลุมสีดำ ก่อนเร่งเครื่องฝ่าด่านหลบหนีไปได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสกัดจับไว้ได้ทัน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าบุคคลทั้งสองคือ นายป๋อง และนายธง ผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยคาดว่าถุงพลาสติกสีขาวที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อำเภอบางละมุง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองถืออยู่ อาจใช้บรรจุชุดหรืออุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้ในการหลบหนี อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม






