เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนักศึกษาจากวิทยาลัยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย จำนวน 8 คนเป็นชายจำนวน 5 คนและหญิง 3 คนอายุตั้งแต่ 16-22 ปี ไปฝึกงานที่ประเทสเกาหลีใต้ และ ได้ขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัคราชฑูตประเทศไทยประจำเกาหลีใต้ให้ส่งตัวกลับประเทศและเข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่าถูกทางเจ้าของฟาร์มในประเทศเกาหลีใช้แรงงานหนักและลวนลามเด็กฝึกงานผู้หญิง
ล่าสุดที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือ พมจ.เชียงราย ตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดเชียงราย น.ส.อณิรา ธินนท์ พมจ.เชียงราย พร้อมด้วยร.ต.อ.พิษณุพงษ์ หนองซิว รองสารวัตร กก.4.ปคม. และเจ้าหน้าที่่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวอาทิแรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด และเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 เชียงราย ร่วมประชุมหารือเพื่อติดตามข้อมูลและสรุปแนวทางช่วยเหลือ โดยได้เรียกตัวเด็กทั้ง 8 คน เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หลังก่อนหน้าที่ได้มีการกันตัวเด็กไว้เป็นพยานและผู้เสียหาย โดยให้เด็กผู้หญิง 3 คนไปอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวเชียงราย ส่วนเด็กผู้ชาย 5 คน ไปพักอยู่ที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการาค้ามนุษย์ จ.เชียงราย ในการหารือเบื้องต้นทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าเด็กทั้งหมดอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ฉบับที่3 ) พ.ศ.2560 ในมาตรา 6 ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด
ทั้งนี้ข้อกฎหมายระบุเนื้อหาว่าผู้ใดเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือจัดส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้ที่อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อยทางร่างกาย จิตใจ การศึกษาหรือทางอื่นใดโดยมิชอบ ขู่เข็ญ ว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายโดยมิชอบ หรือโดยใช้เงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้นเพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาผลประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล การกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ผู้นั้นกระทำผิดฐานค้ามนุษย์
โดยเจ้าหน้าที่ได้พิเคราะห์จากข้อมูลที่จะมีค่าตอบแทนให้หลังจากฝึกงานเสร็จรายละ 20,000 บาท อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่กำลังวิเคราะห์จากคำให้การและหลักฐานที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งกำหนดตัวบุคคลที่จะกระทำความผิดและสถานที่ซึ่งจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อนถึงจะมีการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้มีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ ปคม.อาจมีการแจ้งความเอาผิดทางมูลนิธินิติบุคคล โอลไลฟ์ ของประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นผู้นำพาเด็กทั้ง 8 คน ไปฝึกงาน เป็นองค์กรแรก จากนั้นจะมีการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของฝ่ายบริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย โดยเฉพาะนายเจริญ เชื้อเมือพาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย ในฐานะผู้บริหารและนายสุกิจ มาลัยรุ่งสกุล รองผู้อำนวยการฯในฐานะหัวหน้าโครงการฝึกงาน โดยจะมีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย
ทั้งนี้หลังเกิดเรื่องนี้ขึ้นทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มีคำสั่งโยกย้ายนายเจริญไปรักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดตาก โดยมีคำสั่งลงวันที่ 15 มิถุนายน 2560 และให้ย้ายภายใน 15 วัน จนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ซึ่งนายเจริญ กล่าวว่าการโยกย้ายตำแหน่งของตนขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหาร ซึ่งอาจเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหญ่จึงมีการโยกย้ายไว้ก่อน ซึ่งส่วนตัวก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียดว่าหลังย้ายไปแล้วจะมีการสอบสวนอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ตามตนก็พร้อมจะปฎิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
นายเจริญ กล่าวว่าการจัดส่งเด้กไปฝึกงานตนเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี เพราะเด็กจะได้ประสบการณ์จากการทำงานนอกเหนือจากการเรียนปกติ อีกทั้งยังอาจได้ทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อหลังจากฝึกงานเสร็จ เพราะ 2 รุ่นแรกก็เคยประสบความสำเร็จมาแล้วไม่มีปัญหา ไม่คิดว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับเด็กรุ่นนี้ เพราะที่ผ่านมาก็เคยประสานกับทางมูลนิธิฯและทางฟาร์มสถานที่ฝึกงานตลอด อีกทั้งเคยมีดูงานในสถานที่จริงเป็นสถานที่การผลิตด้านการเกษตรที่ทันสมัยที่จะพัฒนาเด็กที่ไปฝึกงานให้มีฝีมือได้ ซึ่งตนจะชี้แจงให้กับทางผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาเข้าใจ ซึ่งได้นัดหมายให้มาประชุมเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ก่อนที่ตนจะย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ยังพื้นที่อื่น
นายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงรายกล่าวว่าหลังจากนักศึกษาได้เข้าร้องทุกข์ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลแล้ว จากนั้นได้แจ้งเรื่องไปยัง พม.จ.เชียงราย วิทยาลัยตั้งสังกัดของเด็กนักศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฯลฯ และครั้งนี้ถือว่าทาง พม.จ.เชียงราย จะรับหน้าที่ในการคุ้มครองและรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังอาจารย์อาจารย์ทองอยู่ ซึ่งเป็นชาวเกาหลี ที่มาอยู่ประเทศไทยจนสามารถพูดไทยได้ชัดเจนและเป็นผู้ประสานงานของนิติบุคคล โอลไลฟ์ ประเทศเกาหลี ที่ลงนามข้อตกลงในการส่งนักศึกษาไปฝึกงานเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่ได้รับการปฎิเสธที่จะให้ข้อมูล โดยระบุว่าจะขอพูดเรื่องนี้หลังจากเรื่องนี้จบลงแล้วเท่านั้น ขณะที่วันเดียวกันมีรายงานว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์ติดต่อมายังนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อขอทราบข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้นและแจ้งว่านายกรัฐมนตรีให้ความสนใจในเรื่องนี้

