เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสะเดากำลังกลายเป็นเมือง ‘ร้าง’ นักท่องเที่ยวลดลง 80% รายได้หด 90% ขณะนี้ทยอยปิดหนี
รายงานจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.สะเดา จ.สงขลา เปิดเผยว่าเศรษฐกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่ สำนักขาม(ด่านนอก) อ.สะเดา ซบเซาอย่างมาก นักท่องเที่ยวลดลง 80% จากก่อนเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ส่งผลให้เศรษฐกิจซบเซา ยอดขายลดลง 90% หากสถนการณ์ยังอยู่อย่างนี้ต่อไปถึงปีใหม่ ธุรกิจไม่ว่าร้านค้า โรงแรม สถานบันเทิงจะทยอยปิดเพราะทนกับการขาดทุนไม่ไหว
ผู้ประกอบการด่านนอกกล่าวว่าการสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่ ซึ่งระยะทางห่างกันประมาณ 5 กม.เพื่อแก้ปัญหาการจราจรจากรถบรรทุกสินค้าหน้าด่านฯที่จอดรอทำพิธีการจากด่าศุลกากรนายคันละ 1 ชม. จนมีรถติดสะสมหน้าด่านวันละ 50-60 คัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากเหลือช่องจราจรเพียง 2 ช่องจราจร
วรรณนูรีย์ สามะอาลี ผู้ประกอบร้านค้าในด่านนอกเปิดเผยว่า ตั้งแต่ด่านสะเดาแห่งใหม่เปิดให้บริการและมีการปรับเปลี่ยเส้นทางการเดินรถ ยอดลูกค้าลดลงอย่างชัดเจนเฉลี่ยหายไปกว่า 80% บางวันแทบจะไม่มีลูกค้าเลย ถึงแม้ด่านเก่ายังไม่ปิด แต่การจัดการจราจรและการทำรูปแบบการเดินรถให้รถบัสและรถตู้ไปใช้ด่านใหม่หมด ไม่สามารถผ่านด่านเก่าได้
วรรณนูรีย์ เปิดเผยว่าขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคลและรถมอเตอร์ไซค์สามารถผ่านได้ทั้งด่านเก่าและด่านใหม่ แต่ก้ไม่เอื้อกับการผ่านด่านเก่า เพราะช่องตรวจและเจ้าหน้าที่ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมีน้อย ทำให้ใช้เวลานาน ในการผ่านด่านเก่า และบางครั้งเจ้าหน้าที่ก็ให้ลูกค้าไปใช้ด่านใหม่ ไม่ทราบเหตุผลประการใด
“เมื่อคนผ่านด่านเก่าลดลงนั่นหมายความว่า คนจะผ่านด่านนอกลดลงและโอกาสที่จะค้าขายได้ลดลงไปด้วย จนถึงวันนี้ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ผู้ประกอบการหลายคนเดือดร้อนมาก จากเคยขายปกติ ลูกค้าหายไป 80% บางวันไม่มีลูกค้าเลย อยากให้รัฐบาลลงมาดูแลด้วย” เสียงผู้ประกอบการสะท้อน
ทางด้าน ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา ผู้ประกอบการโรงแรมในด่านนอกเปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่ด่านนอกซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ที่มายาวนานกว่า 50 ปี สร้างรายได้เข้าพื้นที่หลายพันล้านบาท ขณะนี้เศรษฐกิจซบเซาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขอให้รัฐบาลช่วยผู้ประกบการในพื้นที่ก่อนที่จะปิดกิจการหนึ







