ฟลุ๊ค ร่ำไห้ กลัวโทษประหาร ยันรู้เฉพาะฆ่า 3 พ่อแม่ลูก ไม่เกี่ยวพี่น้องรัสเซีย อ้างถูกบังคับ หวั่นโดนปิดปาก
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เดินทางมาสอบปากคำเพิ่มเติม นายชัชนันท์ หรือ “ฟลุ๊ค” อายุ 24 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสมาชิกครอบครัวชาวไทย 3 ราย หลังพนักงานสอบสวนขออนุญาตศาลจังหวัดพัทยา เบิกตัวจากเรือนจำมาสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีหลายประเด็นที่ต้องขยายผล
โดยใช้เวลาการสอบสวนประมาณ 1 ชั่วโมง การสอบสวนครั้งนี้มี นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา เข้าร่วมรับฟังการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 โดยภายหลังการสอบปากคำ นายสุขสันต์เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาเป็นฝ่ายแสดงความประสงค์ขอให้การเพิ่มเติมด้วยตนเอง
จากคำให้การ นายฟลุ๊คยืนยันว่า รับรู้และเกี่ยวข้องเฉพาะคดีฆาตกรรมสมาชิกครอบครัวชาวไทย 3 รายเท่านั้น ส่วนคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย รวมถึงกระแสข่าวที่อาจมีผู้เสียชีวิตรายอื่น ผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่ทราบ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ระหว่างการสอบสวน นายฟลุ๊คมีอาการเครียดและร้องไห้หลายครั้ง พร้อมรับสารภาพในข้อกล่าวหาที่ถูกแจ้ง และให้ข้อมูลบางส่วนที่พนักงานสอบสวนเห็นว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในสำนวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผล
นายสุขสันต์กล่าวว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เกิดจากการถูกบังคับ แต่ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง ซึ่งตำรวจจะต้องตรวจสอบกับพยานบุคคล พยานวัตถุ และหลักฐานอื่นประกอบ
ส่วนบทบาทของนายฟลุ๊ค ตั้งแต่การเดินทางไปยังบ้านผู้เสียชีวิต การเคลื่อนย้ายรถยนต์ และการนำทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไปใช้ ผู้ต้องหาให้การในบางส่วน แต่ทนายความไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะเป็นสาระสำคัญในสำนวนสอบสวน
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับทรัพย์สินและพฤติการณ์หลังเกิดเหตุ โดยยังไม่สามารถเปิดเผยจำนวนข้อหาทั้งหมดได้
นายสุขสันต์ย้ำว่า หน้าที่ของทนายความที่เข้าร่วมสอบสวนตามมาตรา 134/1 คือดูแลให้ผู้ต้องหาได้รับสิทธิตามกฎหมาย และให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิในการให้การ ไม่ได้เข้าไปกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาคำให้การ พร้อมระบุว่าได้อธิบายให้ผู้ต้องหาทราบว่า แม้การรับสารภาพอาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการลดโทษโดยอัตโนมัติ เนื่องจากขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานทั้งหมดและดุลพินิจของศาล
ทนายความยังเปิดเผยว่า ระหว่างการสอบสวน นายฟลุ๊คร้องไห้ และกล่าวว่าไม่ต้องการได้รับโทษประหารชีวิต ซึ่งได้อธิบายว่าคดีดังกล่าวมีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่ผลสุดท้ายขึ้นอยู่กับคำพิพากษาของศาล
สำหรับสาเหตุที่เพิ่งตัดสินใจให้การเพิ่มเติม นายฟลุ๊คอ้างว่า ก่อนหน้านี้เกิดความหวาดกลัว แต่เมื่อคดีปรากฏเป็นข่าวและตำรวจติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้อง จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวและให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังสอบถามถึงข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตทั้งสามราย รวมถึงเส้นทางการเดินทางและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง แต่ทนายความปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเป็นข้อมูลในสำนวน
ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายฟลุ๊คกลับไปควบคุมยังเรือนจำพิเศษพัทยาตามหมายขัง
ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงบทบาทในวันเกิดเหตุ นายฟลุ๊คกล่าวว่า ตนถูกหลอกให้เดินทางไป โดยเข้าใจเพียงว่าจะไปช่วยควบคุมตัวบุคคล และยอมรับว่าประเด็นที่ถูกกล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด แต่ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุฆาตกรรม
เมื่อถูกถามว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุแต่งกายคล้ายตำรวจหรือไม่ นายฟลุ๊คยอมรับว่าทราบตั้งแต่แรกว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ส่วนสาเหตุที่ไม่แจ้งตำรวจหลังเกิดเหตุ อ้างว่าเกรงกลัวว่าจะถูกทำร้ายหรือฆ่าปิดปาก เพราะถูกข่มขู่ว่าผู้ก่อเหตุรู้จักตัวและครอบครัว
นายฟลุ๊คยังกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า หากทราบล่วงหน้าว่าจะมีการฆาตกรรม จะไม่ยอมร่วมเดินทางไปด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต ผู้ต้องหาไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา



