ผบช.ภ.9 เผยคืบหน้าปะทะตากใบ คุมตัวคนร้ายแล้ว 11 ราย เร่งล่าอีก 3 ราย นิติวิทย์ชี้โยงคดียิงทหารพรานบูเก๊ะซามี
วันที่ 5 สิงหาคม พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย เหตุเกิดบริเวณสวนปาล์ม หมู่ 6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน HK ที่อยู่ระหว่างถอดประกอบ และแม็กกาซีนหลายรายการ ขณะที่ผลตรวจสถานที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนและปลอกกระสุนเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส และเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จากการสืบสวนพบผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด 14 ราย ขณะนี้ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามแล้ว 11 ราย ส่วนอีก 3 รายยังหลบหนี และอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว
ผบช.ภ.9 กล่าวว่า จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ได้มีนโยบายเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ป่าภูเขาซึ่งเป็นแหล่งหลบซ่อนของกลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้คนร้ายแตกกระจายและหลบหนีลงจากภูเขา จนนำไปสู่การปะทะครั้งนี้

ผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ยังยืนยันว่า กลุ่มคนร้ายที่ยิงต่อสู้ตำรวจในพื้นที่ อ.ตากใบ เป็นกลุ่มเดียวกับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวจากพื้นที่ภูเขา และเชื่อมโยงกับเหตุยิงทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี
สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม เวลาประมาณ 11.48 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ จำนวน 6 นาย เดินทางกลับจากภารกิจตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด โดยใช้เส้นทางลัดผ่านสวนปาล์ม ระหว่างทางพบกระท่อมและรถกระบะสีขาวจอดอยู่ในลักษณะผิดสังเกต จึงเข้าตรวจสอบ

ระหว่างที่หัวหน้าชุดเดินอ้อมไปด้านหลังกระท่อม ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากภายใน จึงเตรียมเข้าตรวจสอบ ก่อนที่คนร้าย 2 รายจะใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม กระสุนถูก ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายวิ่งหลบหนีไปด้านหลังกระท่อม และปะทะกับ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ทำให้ จ.ส.ต.อัมราน เสียชีวิต ส่วน ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ยิงตอบโต้จนเชื่อว่าคนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ก่อนหลบหนีเข้าป่าพรุ
ภายหลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมพื้นที่ป่าพรุ พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ ปลอกกระสุนปืนเล็กกลขนาด 5.56 มม. 18 ปลอก ปลอกกระสุนปืน 9 มม. 21 ปลอก ปลอกกระสุนปืนลูกโม่ .32 จำนวน 1 ปลอก และอาวุธปืนลูกโม่ .38 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการสืบสวนพบว่าคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บหลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง ก่อนมีผู้พาหลบหนีต่อไปยัง อ.จะแนะ โดยพบหลักฐานทั้งผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล รวมทั้งพยานยืนยันว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอับดุลมูคลีส ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วมือขวา และนายสะหมาน ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง แขนขวา และข้อเท้า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามตัวอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่ายังหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังพบว่า การปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.จะแนะ และ อ.ระแงะ ทำให้กลุ่มคนร้ายหลบหนีมาพักที่กระท่อมในสวนปาล์มแห่งนี้ก่อนเกิดเหตุเพียง 2 วัน พร้อมประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่า ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือให้ความช่วยเหลือผู้ก่อเหตุรุนแรง จะมีความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย


