หน้าแรก ภูมิภาค ศาลฎีกา สั่งค...

ศาลฎีกา สั่งคุก 4 ปี คนขับรถบัส ชน น้องอาย นศ.แพทย์ ม.ขอนแก่น เสียชีวิต ในรั้วมหาวิทยาลัย

6.08.26 | 14:11 น.

ศาลฎีกา สั่งคุก 4 ปี คนขับรถบัส ชน น้องอาย นศ.แพทย์ ม.ขอนแก่น เสียชีวิต ในรั้วมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น นางนิตยา รุ่งสถิต มารดาของ น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช น้องอาย นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รถบัสคณะพยาบาลศาสตร์ เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2565 พร้อม นายรุจิวัฒน์ ศิรวงษ์วิชาญ ทนายความ เดินทางมารับฟังคำพิพากษา โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 40 นาที ต่อมา ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาศาลฎีกา ให้จำคุกจำเลย 4 ปี แต่ลดโทษเหลือจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา


นางนิตยา รุ่งสถิต มารดาของ น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช หรือ น้องอาย

นางนิตยา รุ่งสถิต มารดา เปิดใจว่า 4 ปี หลังสูญเสียลูกสาวจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาท สิ่งที่ครอบครัวเฝ้ารอไม่ใช่เพียงคำพิพากษา แต่ต้องการให้คดีนี้เป็นบทเรียนของสังคม เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงผลของความประมาท ก่อนที่ความสูญเสียจะเกิดขึ้น

ความเสียใจมีมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่ตลอดการต่อสู้คดี สิ่งที่ตั้งใจมาตลอดคือ อยากให้สังคมเห็นว่าอุบัติเหตุจากความประมาทไม่ได้สร้างความสูญเสียเฉพาะผู้เสียหายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อผู้ก่อเหตุและครอบครัวของทุกฝ่ายด้วย

“ถ้าคนกลัวก่อนที่จะเกิดเหตุ อุบัติเหตุก็จะลดลง ชีวิตของน้องอาย หากสามารถช่วยลดการบาดเจ็บล้มตายของคนอื่นได้ ก็ถือว่าเกิดประโยชน์”

Advertisement
ภาพนาทีเกิดเหตุ

คุณแม่ย้ำว่า จุดประสงค์ของการต่อสู้คดีไม่ใช่เพียงการเรียกร้องความยุติธรรมให้ครอบครัว แต่ต้องการให้คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อสร้างความตระหนักและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ทุกวันนี้อุบัติเหตุไม่เคยลดลง หลายคนคิดแต่จะทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุแล้วให้รับโทษน้อยที่สุด แต่ความกลัวที่ควรมี คือความกลัวก่อนที่จะเกิดเหตุ และไม่ปล่อยให้ความประมาทเกิดขึ้น

ส่วนความคืบหน้าคดีแพ่ง ซึ่งพ่อแม่ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยขอนแก่นและจำเลยที่ 3 เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาทนั้น ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ชดใช้ค่าเสียหายแก่บิดาและมารดาฝ่ายละประมาณ 9 ล้านบาท

ขณะนี้จำเลยที่ 3 อยู่ระหว่างยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา โดยศาลยังไม่ได้มีคำสั่งรับฎีกาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องส่งคำร้องมายังฝ่ายโจทก์ก่อน เพื่อสอบถามว่าจะคัดค้านหรือไม่ ก่อนที่ศาลจะพิจารณาว่าจะรับฎีกาหรือไม่ หากศาลไม่รับฎีกา คดีแพ่งจะถือว่าถึงที่สุด

ก่อนหน้านี้ กระบวนการยื่นคำร้องฎีกามีการขยายระยะเวลาหลายครั้ง รวมประมาณ 2-3 ครั้ง ขณะที่ฝ่ายโจทก์ระบุว่า ขณะนี้ไม่ได้ติดใจที่จะยื่นฎีกาเพิ่มเติม และรอการพิจารณาของศาลตามขั้นตอนต่อไป