หน้าแรก ภูมิภาค วิศัลย์ ชี้ปี...

วิศัลย์ ชี้ปี 70 งบพัฒนาเพชรบูรณ์ 280 ล.ถูกหั่นเหลือ 38 ล. จี้ตัดงบไม่ถามจังหวัด

7.08.26 | 14:22 น.

วิศัลย์ ชี้ปี 70 งบฯพัฒนาเพชรบูรณ์ 280 ล้านถูกหั่นเหลือ 38 ล้าน จี้ระบบราชการบิดเบี้ยวตัดงบไม่ถามจังหวัด


ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยระหว่างร่วมเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงสภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ ถึงสถานการณ์งบประมาณปี 2570 ว่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ หลังเสนอของบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัดกว่า 280 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรเพียง 38 ล้านบาท ส่งผลให้หลายโครงการพัฒนา รวมถึงกิจกรรมสำคัญด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ถูกตัดออกจากแผนดำเนินงาน

“ปีหน้าจะเป็นปีที่ทำงานยาก จังหวัดเคยได้งบประมาณยุทธศาสตร์จังหวัดปีละ 280 ล้าน ปีหน้าเหลือแค่ 38 ล้านจังหวัดไม่ได้ตัด จังหวัดเสนอไป 280 ล้าน แต่สภาพัฒน์กับสำนักงบประมาณตัดให้เหลือแค่ 38 ล้าน อุ้มพระดำน้ำ 3.5 ล้านก็โดนตัด งานพ่อขุนก็โดนตัด นี่เป็นโจทย์ใหญ่ของปีหน้า”

ดร.วิศัลย์ กล่าวว่า งบประมาณที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นงบจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ ขณะที่งบพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ถนน และโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการถูกตัดออกทั้งหมด ทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดในปี 2570 ต้องเผชิญข้อจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกันนี้ยังตั้งคำถามต่อระบบการจัดสรรงบประมาณของประเทศ โดยมองว่า จังหวัดเป็นผู้จัดทำแผนและรู้ปัญหาของพื้นที่ดีที่สุด แต่กลับไม่มีโอกาสร่วมตัดสินใจเมื่อส่วนกลางเป็นผู้ปรับลดงบประมาณ นี่คือความบิดเบี้ยวของระบบราชการไทย คุณให้เราคิดว่าจะทำอะไร แต่พอทำโครงการขอขึ้นเป็นไป ตัดโดยไม่ถามเราด้วยว่า มีเงินได้แค่นี้คุณจะเอาอะไรไว้ เอาอะไรออก ตัดมาเลยให้ชิ้นนั้นให้ชิ้นนี้ อะไรต่างๆ

Advertisement

ดร.วิศัลย์ กล่าวว่า หากส่วนกลางกำหนดวงเงินที่จังหวัดจะได้รับตั้งแต่ต้น แล้วเปิดโอกาสให้จังหวัดบริหารจัดการภายในวงเงินดังกล่าวเอง จะทำให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของพื้นที่มากกว่า ทำไมคุณไม่ให้บล็อกแกรนต์เป็นก้อนมา ผมมีเงินให้คุณเท่านี้ จังหวัดคุณไปบริหารเลย จะทำอะไรก็ได้ สมัยผู้ว่าฯ CEO ทำไมผลงานออกมาเยอะ เพราะให้เป็นบล็อกแกรนต์เป็นก้อนมาว่าจะทำอะไรก็ได้ เดี๋ยวนี้ไม่ได้ เดี๋ยวนี้เสนอไปเป็นโครงการ พอไปถึงก็โดนตัด ไม่ถามเราเลยว่า อันไหนจะตัดหรือไม่ตัด

ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาการรวมศูนย์อำนาจด้านงบประมาณ ซึ่งทำให้จังหวัดไม่สามารถกำหนดลำดับความสำคัญของโครงการได้ด้วยตนเอง ทั้งที่เป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนาพื้นที่โดยตรง อันนี้คือความบิดเบี้ยวของการไม่กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น สู่จังหวัดอย่างแท้จริง เราไม่ได้ท้อนะ แต่อยากเล่าให้ฟังว่ามันเป็นอย่างนี้ ระบบที่มันบิดเบี้ยว

ดร.วิศัลย์ กล่าวอีกว่า แม้อีเวนต์หลายงานจะถูกมองในมิติของการสร้างรายได้ แต่ในความเป็นจริงยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความภาคภูมิใจให้คนในพื้นที่ สืบทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีของจังหวัด จึงไม่ควรวัดความคุ้มค่าจากตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว เพราะอีเวนต์หลายงานเป็นรากฐานของการสร้างอัตลักษณ์และความผูกพันของคนกับบ้านเกิดเมืองนอน