แม่ร้อง ลูกสาว 19 ปีดับปริศนา เพื่อนอ้างกินทุเรียนแล้วช็อก แต่ผลชันสูตรในกระเพาะไม่มีทุเรียน
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม จากกรณีที่ คุณแม่วัย 38 ปี เข้าร้องต่อเพจสายไหมต้องรอด ว่า วันเกิดเหตุที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีเพื่อนชายและหญิงมารับลูกสาววัย 19 ปี ออกจากบ้านไปที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใกล้เทศบาลพระพุทธบาท จ.สระบุรี จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เพื่อนชายอ้างว่าลูกสาวมีอาการชักเกร็งจึงโทรแจ้งสายด่วน 1669 นำตัวส่งโรงพยาบาลพระพุทธบาท แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้แม้จะปั๊มหัวใจนานกว่า 30 นาที
เบื้องต้นกลุ่มเพื่อนอ้างสาเหตุว่าเกิดจากการที่ลูกสาวรับประทานทุเรียนจนเกิดอาการช็อก แต่ทางคุณแม่ยังคงค้างคาใจไม่อาจจะเชื่อคำกล่าว เนื่องจากลูกสาวทานทุเรียนไม่เป็น ซึ่งต่อมาผลการชันสูตรร่างได้รับการยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก “ภาวะหัวใจล้มเหลวและพบสารเสพติดในร่างกาย” โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทานทุเรียนตามที่เพื่อนอ้าง ทำให้ครอบครัวปักใจเชื่อว่าลูกสาวอาจจะถูกวางแผนมอมยา
นอกจากนี้ ครอบครัวตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็น ทั้งเรื่องระยะเวลาการนำส่งโรงพยาบาลที่ล่าช้าผิดปกติ ทั้งที่ห้องเช่าอยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ถึง 1 กิโลเมตร ประเด็นเรื่องโทรศัพท์มือถือของลูกสาวถูกเพื่อนนำไปและเมื่อได้คืนกลับพบว่ามีการปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้งที่มีข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติในช่วงเวลาใกล้เสียชีวิต
และยังมีประเด็น ปมความขัดแย้งล่วงหน้ากับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่แถวหน้าพระลาน จากกรณีที่มีแฟนหนุ่มของเพื่อนในกลุ่มมาแอบพูดคุยกับผู้ตาย ทั้งที่ผู้ตายเป็น LGBTQ รวมถึงยังพบข้อความแชตปริศนาคล้ายกับการนัดหมายล่อลวงให้ออกมา ซึ่งคุณแม่ยืนยันว่า ลูกสาวไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับสารเสพติดมาก่อน
กล่าวโดยสรุปคือครอบครัวได้ตั้งปมสงสัยไว้หลายข้อ 1.นำส่ง รพ.ช้า 2.นำโทรศัพท์ไปปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 3.ข้อมูลอินเตอร์เน็ตผิดปกติ ช่วงใกล้เสียชีวิต 4.ขัดแย้งกับวัยรุ่น เพราะแฟนหนุ่มของเพื่อนในกลุ่มแอบคุยกับลูก ทั้งที่ลูกเป็น LGBTQ 5.แซตปริศนานัดล่อลวง ลูกสาวออกมาพบ
ล่าสุด วันนี้ทางด้าน พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ชินวัชร์ พุทธ สว.สส.สภ.พระพุทธบาท เชิญตัว แม่ของผู้เสียชีวิต มาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงข้อสงสัยในการเสียชีวิตของบุตรสาว ใช้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง
ซึ่งหลังจาการสอบสวน คุณแม่ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนที่ได้รับแจ้งว่า ลูกเกิดเหตุ ที่ทาง รพ.โทรมาแจ้งว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว พยายามปั๊มหัวใจให้แล้วแต่ว่าไม่ขึ้น และเมื่อตนเองมาถึง รพ.ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าลูกสาวได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึง รพ. ตนจึงถามว่าน้องเป็นอะไรมา ได้รับคำตอบเหมือนเพื่อนๆ แจ้งว่า กินทุเรียนเข้าไปแล้วชัก เกิดอาการร้อนแล้วถอดเสื้อผ้า ซึ่งทาง รพ.ก็บอกว่าขอให้ทาง รพ.ชันสูตรก่อน ซึ่งผลชันสูตรออกมาว่าใน กระเพาะไม่มีทุเรียน พบเพียงแต่สารเสพติด และหัวใจล้มเหลว ซึ่งตนเองติดใจในการเสียชีวิตของลูกสาว ซึ่งดูจากกล้องวงจรปิดว่ามีการล็อกห้องตอนออกไป และตอนเข้ามา ระยะเวลาที่เขาจะพาไปส่ง รพ.มันนานเกินไป ซึ่งจากห้องพักมาถึง รพ.ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ดูแล้วเหมือนกับว่าไม่มีการกระตือรือร้นกัน

ซึ่งในที่เกิดเหตุจะมีผู้หญิงอยู่ 2 คน และผู้ชาย 1 คน ลูกสาวมีเพื่อนไม่มาก ส่วนใหญ่จะติดแฟน แฟนของลูกสาวมีแฟนอยู่ใน อ.พระพุทธบาท ซึ่งได้ห่างๆ กันไป แล้วไปมีแฟนใหม่ที่เป็นผู้หญิง อยู่ใน อ.หนองแค ส่วนมากลูกจะออกไปคุยกับแฟนบ้าง และก็จะกลับมาดูแลยาย
ส่วนตัวติดใจว่าทำไมกลุ่มเพื่อนๆ จึงได้โกหกตั้งแต่ทีแรก เพราะได้ถามย้ำหลายรอบมากว่า เป็นอะไรถึงตาย ซึ่งเขาก็ยังยืนยันว่า กินทุเรียนเข้าไป ซึ่งไม่ได้แจ้งมาว่าไปเสพยา จากที่เห็นในแชตกลุ่มและตามที่ลงในโซเชียล พบว่ามีการใช้สารเสพติด
ตนต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่สอบปากคำให้ละเอียด อยากให้คนที่ทำผิดกับลูกของตนได้รับโทษ เพราะว่าจากผการตรวจก้พบว่ามีสารเสพติดจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีด้วย

ทางด้าน พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท เผยว่าในด้านสำนวนการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับเป็นคดีและได้ดำเนินการไปแล้ว ทางผู้บังคับบัญชาได้เร่งให้ทางเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องของผลการพิสูจน์ของแพทย์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานไปยัง รพ.เพื่อขอผลรายละเอียดการผ่าพิสูจน์ มาประอบสำนวน
ในส่วนของ รพ.พระพุทธบาท และ รพ.ที่รับเรื่องดำเนินการผ่าพิสูจน์โดยละเอียดที่ รพ.สระบุรี ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งรัดแล้ว อีกส่วนก็ได้เรียกแม่ของผู้เสียชีวิต มาสอบปากคำเพิ่มเติมว่ายังติดใจในประเด็นไหนบ้าง เพื่อจะคลี่คลายตามข้อสงสัย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าร่างกายของผู้เสียชีวิต ในร่างกายก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ มีเพียงสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาอีกสักระยะหนึ่งให้ทางเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน
ในส่วนของประเด็นที่ทางคุณแม่ยังติดใจอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ไดส่งพนักงานสืบสวน ทั้งตำรวจภูธรภาค 1 และกองสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีลงพื้นที่ช่วยเก็บประเด็นย่อยๆต่างๆให้รัดกุม ซึ่งสารเสพติดที่พบในร่างกายของผู้เสียชีวิต ก็ต้องขอความเห็นของแพทย์มาประกอบเพื่อที่จะยืนยันได้
ส่วนเรื่องทุเรียน จากการรวบรวมพยานหลักฐาน ทราบว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้ทานเข้าไป แต่มีเพื่อนทานเข้าไป ซึ่งก็จะไปตรงกับผลการตรวจของแพทย์ว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้ทาน ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องรอรายละเอียดอีกสักนิดหนึ่ง จากผลการชันสูตรให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เรียกเพื่อนๆ เข้ามาสอบปากคำตั้งแต่ต้นแล้ว และตอนนี้ก็ได้เรียกมาขยายผลในรายละเอียด ตามที่ทางแม่ของผู้เสียชีวิตยังติดใจอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำเพิ่มเติม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังคงรอประเด็นบางประเด็น และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน




