หน้าแรก ภูมิภาค ญาติเตรียมรับ...

ญาติเตรียมรับศพ รอง ผอ. เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน น้องสาวเผยภูมิใจพี่ชายทำหน้าที่ครูจนวินาทีสุดท้าย

8.08.26 | 14:56 น.

ญาติเตรียมรับศพ รอง ผอ. เหยื่อกราดยิงในโรงเรียน น้องสาวเผยภูมิใจพี่ชายทำหน้าที่ครูจนวินาทีสุดท้าย

จากกรณีเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ส.ค.69 เกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 15 ราย โดยผู้ก่อเหตุเป็นเพียงเด็กนักเรียนชั้น ม.3 และหลังก่อเหตุได้จบชีวิตตัวเอง ขณะที่หนึ่งในผู้เสียชีวิตมีชาวจังหวัดศรีสะเกษ 1 ราย คือ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง โรงเรียนเทพศิรินทร์


ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านเกิดผู้เสียชีวิต คือ บ้านกันทรอมน้อย ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งบรรยากาศที่บ้านเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติๆ ได้ช่วยกันเตรียมทำอาหารรับแขก จัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับศพ นายกิตติพงศ์ หรือครูพงศ์ ที่จะเดินทางมาถึงในช่วงค่ำวันนี้ โดยได้มีการนำรูปภาพครอบครัวของนายกิตติพงศ์ ที่ถ่ายรวมกับภรรยาและลูกๆ อีก 3 คน มาตั้งไว้รอรับศพ นอกจากนี้ นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวครูพงศ์ พร้อมนำเงินมาช่วยเหลือครอบครัวครูพงศ์ในเบื้องต้นอีกด้วย

น.ส.นิจชญาณ์ วินิจธนกรณ์ อายุ 42 ปี น้องสาวครูพงศ์ เปิดเผยว่า ตนมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ครูพงศ์เป็นคนที่ 4 ตนเป็นคนที่ 5 คนสุดท้อง ทราบข่าวว่าพี่ชายถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เวลา 10.00 น. จากภรรยาของพี่พงศ์ โดยนิสัยของพี่พงศ์ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งถึงปัจจุบัน พี่ชายจะคอยปกป้องทุกคนที่รักไม่ให้ใครมารังแก เมื่อวานเกิดเหตุการณ์เด็กนักเรียนกราดยิงที่โรงเรียน ตอนเกิดเหตุช่วงเช้า พี่ชายตนอยู่ในห้องแม่ฉีดวัคซีน พอพี่พงศ์ได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งออกมาดูที่เกิดเหตุเพื่อปกป้องเด็ก จนทำให้ตัวเองถูกกระสุนเสียชีวิตในโรงเรียน พี่พงศ์เสียสละปกป้องนักเรียนจนนาทีสุดท้าย หลังจากที่ตนได้ทราบข่าวเมื่อช่วงเวลา 10.00 น. ตอนนั้นตนได้แต่ภาวนาขอให้เป็นเพียงบาดเจ็บหรือลูกปืนเฉียดเท่านั้น มาทราบข่าวจากภรรยาของพี่ชายว่า พี่พงศ์ คือเคสดำที่เสียชีวิตแล้ว

น.ส.นิจชญาณ์กล่าวต่อว่า ชีวิตราชการของพี่พงศ์ หลังจากที่จบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ก็ได้มาเป็นครูอัตราจ้างและบรรจุเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดเขมา หลังจากนั้นได้มาสอบเป็นรอง ผอ.โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี จนถึงปัจจุบันได้ 4-5 ปี เคยถามพี่ชายว่าจะย้ายมาที่ศรีสะเกษไหม แต่พี่ชายตอบว่าอยู่ตรงนี้โอเคแล้ว สบายใจแล้ว ทุกอย่างลงตัว มีความสุขที่ได้อยู่ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ การใช้ชีวิตส่วนมากพี่ชายจะใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็จะกลับมาบ้านที่ศรีสะเกษบ่อยครั้ง มาเยี่ยมพ่อแม่พี่น้อง พี่พงศ์กลับมาบ้านล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาพี่ชายกลับมาบ้านจะเป็นคนเทกแคร์พี่น้อง ทำอาหารให้พ่อแม่พี่น้องได้รับประทาน พี่ชายชอบความสนุกสนาน จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนและครอบครัวไม่มีลางสังหรณ์อะไรเลย แต่เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ พี่พงศ์โทรมาคุยกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยน้ำเสียงไพเราะมาก

Advertisement

“สำหรับการสูญเสียพี่ชายในครั้งนี้ ไม่โทษใครค่ะ เพราะคิดว่ามันอยู่ที่ตัวผู้กระทำเอง ส่วนการเลี้ยงดูนักเรียนผู้ก่อเหตุ เราไม่สามารถตัดสินใครได้ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาจจะเป็นเพราะการเสพโซเชียลและลอกเลียนแบบ หรือการเลี้ยงดู ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นความเจ็บปวดมากและไม่มีใครอยากจะให้เกิด แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราต้องทำใจยอมรับมันให้ได้ เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว อยากพูดถึงแต่เรื่องความดีความงามที่พี่ชายตนได้ทำมา มีความภาคภูมิใจที่พี่ชายได้ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย พี่ชายเป็นคนทำหน้าที่ดีที่สุด ทำหน้าที่คุณพ่อและคุณครูที่รักลูกและลูกศิษย์ พี่ชายเป็นบุคคลที่ทุกคนรัก ไม่ว่าจะคนในครอบครัวหรือพรรคพวก คนที่ได้อยู่ใกล้ชิดพี่พงศ์ สุดท้ายอยากบอกพี่ชายว่า พี่ใจร้ายมากที่ทิ้งน้องไป ทิ้งพ่อแม่ ทิ้งลูกๆ ทิ้งภรรยาไป พี่ชายคือพี่ชายคนเดียวที่คอยปกป้องทุกคนในครอบครัว สุดท้ายขอให้พี่ชายหลับให้สบาย” น้องสาวกล่าว