หน้าแรก ภูมิภาค พบแล้ว วัยรุ่...

พบแล้ว วัยรุ่นไทยพุทธหาของป่า ถูกผู้ก่อความไม่สงบยิงดับ 3 เจ็บ 2 ราย

18.06.17 | 14:40 น.

พบแล้ววัยรุ่นหาของป่าถูกผู้ก่อความไม่สงบยิงดับ 3 เจ็บ 2 ราย ด้านชาวบ้านฝากถึงนายกรัฐมนตรีควรรู้ข้อมูล หากจัดทำโครงการพาไทยพุทธกลับบ้าน พาพระกลับวัด กลับวัดล้าง เป็นโครงการขายฝันและหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่นไทยพุทธ 5 ราย ที่ชวนกันออกไปหาของป่า เป็นเหตุให้ นายพีรพัฒน์ แต้วเอียด 18 ปี และนายอรรถวุฒิ จันทร์หอม อายุ 19 ปี เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บ 2 ราย และยังหาไม่เจออีก 1 ราย เหตุเกิดในสวนยางพารา หมู่ 1 ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 18 มิ.ย.ได้มีคำสั่งให้สนธิกำลังประกอบด้วย หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 42 ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกำนันผู้ใหญ่บ้านพร้อมชาวบ้านกว่า 50 คน ช่วยกันออกค้นหาอีกครั้งทั่วทั้งบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุรัศมี 1 กิโลเมตร จนเมื่อเวลา 10.10 น. ได้พบศพผู้ที่หายตัวไปเมื่อวานนี้ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 120 เมตร ทราบชื่อนายนัฐภพ อินทรทิคย์ อายุ 18 ปี นอนจมกองเลือดอยู่ในป่าลักษณะตะแคงซ้าย ตรวจสอบพบมีรอยกระสุนปืนถูกยิงจากด้านหลังและเสียชีวิต

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก เพราะทุกคนเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นและชาวบ้านที่ออกไปหาของป่า แต่คนร้ายก็เลือกวิธีการจะทำร้ายแม้กระทั่งเด็ก ส่วนนายณัฐภพนั้นถูกคนร้ายยิงบาดเจ็บและได้วิ่งหลบหนีในสภาพที่บาดเจ็บสาหัส และนอนหลบอยู่ในป่าดังกล่าว ซึ่งคดีนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปตรวจสอบเทียบเคียงกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เคยเกิดในพื้นที่ว่าตรงกับเหตุการณ์ใดบ้าง แต่หลักฐานพยานเบื้องต้นยืนยันรูปจากแฟ้มอาชญากรรมแล้วว่า 1 ใน 2 คนร้ายนั้นเป็นใคร เพียงรอผลตรวจหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มก็จะสามารถออกหมายจับได้ทันทีโดยเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยก่อเหตุทำร้ายประชาชนและอาจมากบดานหวังก่อเหตุสร้างสถานการณ์ห้วงแจ้งเตือน 10 วันเสร็จสิ้นเดือนรอมฎอน โดยหลังจากนี้ได้เร่งให้รวบรวมพยานหลักฐานส่งตรวจพิสูจน์แล้ว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายลอบทำร้ายกลุ่มวัยรุ่นชาวไทยพุทธจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จนกลายเป็นกระแสความไม่พอใจมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย เพราะคนร้ายมาแอบกบดานอยู่ในขนำที่อยู่ในสวนยางพาราชาวบ้าน มีการพบถุงอาหารและธูปจุดกันยุงนั้นแสดงว่ามีผู้รู้เห็น และเกรงว่าคดีนี้จะไม่สามารถสาวถึงผู้รู้เห็นเป็นใจให้คนร้ายเข้ามาหลบอยู่ในท้องที่เกิดเหตุได้เหมือนคดีอื่นๆ ที่ผ่าน รวมถึงโจมตีกระแสโครงการนำชาวไทยพุทธกลับบ้านและนำพระกลับวัด (กลับมาอยู่วัดล้าง) ซึ่งมีหลายฝ่ายพยายามจะทำให้เป็นโครงการคล้ายพาคนกลับบ้านของกองอำนวยการรักษาความมั่นคง (กอ.รมน) ภาค.4 ส่วนหน้านั้นเป็นเพียงการจะจ้องเข้ามาหาผลประโยชน์ของบางคน

นายกฤษณะ (สงวนนามสกุล) กล่าวว่าสาเหตุที่เลือกย้ายครอบครัวออกมาจากหมู่บ้านแล้วมาอยู่ในเมืองเพราะถูกข่มขู่ให้ขายสวนยางพารา แต่จากที่ไม่เคยคิดขายเพราะเป็นสมบัติของพ่อแม่ให้มา และเมื่อไม่ขายก็ถูกข่มขู่ถึงชีวิต โดยที่ผ่านมาสวนยางและสวนผลไม้มีคนมาเก็บเกี่ยวเอาไปแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย หรือคิดสักนิดว่าที่ทำอยู่นั้นมันถูกต้องหรือไม่ และไม่ใช่เพียงสวนของตนเอง ยังมีอีกหลายแห่งทั้ง 3 จว.ชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) ที่ตอนนี้ไม่สามารถเข้าไปเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนเองได้และมีคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของสวนเข้ามาหาผลประโยชน์ และพวกเราก็รู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่กล้าจะทำอะไรเพราะเคยแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่แล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้ แม้แต่ในส่วนที่เป็นของหน่วยราชการเอง อย่างเช่นศูนย์วิจัยยางหรือศูนย์วิจัยพืชสวนที่เป็นของรัฐแท้ๆ ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มคนเลวๆ ได้และอาจไม่เคยรายงานปัญหาที่พบเจออยู่นี้ไปยังต้นสังกัดด้วยซ้ำ เพราะมันคือผลประโยชน์ร่วมกัน

นายกฤษณะกล่าวว่า แม้ตอนนี้บางหน่วยบางองค์กรพยายามจะจัดทำโครงการพาคนพุทธ หรือพระกลับบ้านกลับวัดมองเพียงโครงการขายฝันต่อชาวบ้าน เพราะจะทำโครงการนี้ให้ดีได้ก็ต่อเมื่อสามารถดูแลกลุ่มคนไทยพุทธที่มีอยู่ในพื้นที่ให้ได้ก่อนดีกว่า แม้แต่พระหากสามารถดูแลชาวพุทธได้ย่างเต็มที่แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องพระเพราะชาวบ้านจะช่วยดูแลให้เอง จึงอยากฝากไปยังกลุ่มผู้มีอำนาจ ผู้ที่คิดทำโครงการนี้ว่ากลุ่มพวกท่านควรปล่อยให้กระบวนการ หรือการจัดทำโครงการใหม่ๆ ดีๆ ที่มาจากความนึกคิด เป็นความสำนึกรักบ้านเกิดตนเองที่เขาอยู่กันหลากหลายศาสนา หลากหลายวัฒนธรรม ขอให้เขาได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถูกระเบียบ ถูกกฎหมายเสียที และอยากให้เรื่องเหล่านี้ได้ถึงหูนายกรัฐมนตรีว่าควรจัดระเบียบกลุ่มคนที่รวมตัวตั้งตัวในคราบองค์กรของรัฐแล้วมากด มาขี่ มาหารายได้กับพี่น้องชาวใต้ ไม่ว่าจะศาสนาใดยืนยันว่าพวกเรามีหนทาง มีภาษาคำพูดที่จะเข้าใจกันได้ เพียงแต่อุปสรรค์นั้นมาจากคนไม่กี่คนที่ยังคานอำนาจ ถึงแม้จะเกษียณไปแล้วก็ตาม