หน้าแรก ภูมิภาค ฝ่ายปกครองตั้...

ฝ่ายปกครองตั้งจุดตรวจค้นรถ BMW กลางเกาะภูเก็ต พบอาวุธปืน-กระสุน28นัดซุกใต้เบาะ ดำเนินคดีรับโทษสูงสุด

11.08.26 | 10:25 น.

ปลัดมท.เผย ฝ่ายปกครองตั้งจุดตรวจค้นรถ BMW กลางเกาะภูเก็ต พบอาวุธปืนและกระสุน 30 นัดซุกซ่อนใต้เบาะรถ ส่งตำรวจดำเนินคดีอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย


เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการปฏิบัติการปูพรมยกระดับมาตรการสร้างความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทยว่า ฝ่ายปกครองทุกจังหวัดได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่อย่างจริงจังต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม เป็นต้นมา โดยเฉพาะการป้องกันและสกัดกั้นการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมานายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย และนายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดภูเก็ต กำกับและอำนวยการ นำกำลังฝ่ายปกครองที่ทำการอำเภอเมืองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดบริเวณ พื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต พบรถยนต์ยี่ห้อ BMW ต้องสงสัย จึงได้เรียกตรวจและตรวจค้น พบอาวุธปืนยี่ห้อ CZ พร้อมแม็กกาซีนบรรจุกระสุน จำนวน 30 นัด ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งคนขับ

และพบนายณัฏฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ขับขี่ ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน และใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เจ้าหน้าที่จึงจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย

Advertisement

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า ขอย้ำเตือนไปยังผู้ที่ทราบว่าตนเองกำลังทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่นำอาวุธปืนพกพาติดตัวไปในรถ หรือไปในที่สาธารณะ ที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายร้ายแรง ซึ่งไม่สามารถอ้างได้ว่าพกไปเพื่อป้องกันตัวหรือพกไปเพื่อกระทำการใด เนื่องจากนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้มีคำสั่งห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว มีผลใช้บังคับมีกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา

ซึ่งฝ่ายปกครองทุกจังหวัดยังคงตั้งจุดตรวจ จุดสกัดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การสนธิกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย หากพบอาวุธปืนเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีทะเบียนใดๆ ก็ต้องได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย จึงขอให้ผู้ที่รู้ตัวว่ากําลังทําผิด นําอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนมาส่งมอบคืนให้กับทางราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง แต่หากเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นแล้วจับได้ ท่านต้องได้รับโทษอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด

“หากประชาชนรู้เบาะแสการกระทำผิดว่าบ้านหลังใดหรือพื้นที่ใดหรือบุคคลใดครอบครองอาวุธปืนเถื่อน หรือมีการพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ ในงานสาธารณะต่างๆ ขอให้ได้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 เพื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าดำเนินการ ควบคุมจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย” นายอรรษิษฐ์ กล่าว