ผู้ปกครองแห่รับลูก หลัง น.ร. โพสต์รูปปืน-ขู่ก่อเหตุรุนแรงใน ร.ร. ศธจ.เชียงใหม่ สั่งคุมเข้ม ยันสถานการณ์ปกติ
จากกรณีมีแชตในกลุ่มไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ถูกแชร์ว่อนโซเชียลมีเดีย เป็นข้อความที่สร้างความหวาดผวาให้กับเด็กนักเรียน ครู รวมทั้งผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหตุสลด โดยข้อความดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันระหว่างนักเรียนชาย 2 คน หนึ่งในเด็กนักเรียนชายพิมพ์ข้อความในกลุ่มแชตว่า พรุ่งนี้ 10 โมงเจอกัน, กูจะกราดยิงให้หมด, โดยเฉพาะไอ้พวกห้อง 9-10, ไอ้พวก ม.6 ห้อง 9 ห้อง 10 ชอบกดกู โดยข้อความจากแชตทั้งหมดเป็นการพูดคุยกันเมื่อช่วงเย็น วันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น
อ่านข่าว – ตร.รู้ตัวแล้ว! คนส่งแชตขู่ก่อเหตุรุนแรง ร.ร.ดังเชียงใหม่ จ่อเชิญผู้ปกครองพูดคุย-หาสาเหตุ
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทางโรงเรียนเอกชนชื่อดังตั้งอยู่ใน ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ได้ประสานขอกำลังตำรวจ สภ.แม่ปิง มาดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมจัดครูมาสแกนตรวจกระเป๋านักเรียนทุกคนก่อนเข้าโรงเรียน เนื่องจากวันนี้ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมวันแม่
ขณะที่บรรยากาศภายในโรงเรียนเป็นไปอย่างตึงเครียด ผู้บริหาร พร้อมตำรวจ สภ.แม่ปิง และทางศึกษาธิการจังหวัด ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อสืบหาตัวเด็กนักเรียนที่เป็นคนพิมพ์ข้อความดังกล่าวในกลุ่มไลน์ เบื้องต้นพบตัวเด็กนักเรียนชายที่พิมพ์ข้อความแล้ว ส่วนเด็กนักเรียนชายอีกคนที่โพสต์ภาพอาวุธปืนยังไม่พบตัว ส่วนผู้ปกครองที่ทราบข่าวหลายรายรีบเดินทางมารับบุตรหลานกลับบ้านทันทีเพื่อความปลอดภัย

ด้าน พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ตำรวจสามารถตรวจสอบจนทราบตัวนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อความดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นได้ประสานและเชิญผู้ปกครองเข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจในวันนี้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาสาเหตุที่ทำให้เด็กพิมพ์ข้อความในลักษณะนี้
ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ตำรวจในทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และเฝ้าสถานศึกษาทุกแห่งในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน ครู บุคลากร และผู้ปกครอง พร้อมขอความร่วมมือให้นักเรียนและผู้ปกครองให้ติดตามข้อมูลจากทางโรงเรียนและเจ้าหน้าที่เป็นหลัก ไม่ส่งต่อข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ไม่สร้างความตื่นตระหนก อันจะก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
“ตำรวจได้จัดกำลังเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยในห้วงที่ผ่านมา ตำรวจเชียงใหม่ได้ร่วมมือกับสถานศึกษาหลายแห่ง จัดอบรมหลักสูตร ‘หนี ซ่อน สู้’ แก่นักเรียนและบุคลากรครู เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้และรับมือเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้อง จึงขอประชาสัมพันธ์ว่าหากสถานศึกษา, บริษัท หรือองค์กรเอกชนใด สนใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจัดอบรมหลักสูตรดังกล่าวแก่นักเรียนและบุคลากรในสังกัด สามารถติดต่อมายังตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ได้” ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่กล่าว

ในส่วนของการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรของโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครอง สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำผลการประชุมเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่ 8 สิงหาคม โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เรียกประชุมหน่วยงานทางการศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อวางมาตรการบริหารจัดการสถานการณ์ความปลอดภัยสถานศึกษาทั่วประเทศ
โดยมีมาตรการเร่งด่วน ให้ดำเนินการ ดังนี้ เปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ดูแลสุขภาพจิตและเปิดช่องทางช่วยเหลือทั่วประเทศ เร่งมาตรการความปลอดภัยระยะสั้น โดยประกาศมาตรการให้สถานศึกษาดำเนินการได้ทันที ได้แก่ ห้ามพกพาสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในสถานศึกษา เช่น ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และอาวุธ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้น โดยครูสามารถตรวจค้นและยึดสิ่งผิดกฎหมายได้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการต่อไป
ยกระดับการคัดกรองบุคคลภายนอกก่อนเข้าสถานศึกษา จัดทำแผนป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉิน พร้อมซักซ้อมเหตุการณ์ฉุกเฉินร่วมกับตำรวจในพื้นที่ สื่อสารอย่างรับผิดชอบ ป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat Effect) และส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี
โดยขณะนี้ ศธจ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำประกาศมาตรการความปลอดภัยในรายละเอียดตามบริบทสถานศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงกิจกรรมเชิงป้องกันแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในนามประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 และจะแถลงให้ทราบต่อไป
สำหรับสถานการณ์ที่โรงเรียน ขณะนี้อยู่ในภาวะปกติ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ





