เกิดอะไรขึ้น ศาลหลักเมืองหนองบัวลำภู สะดุด ผู้ว่าฯ สั่งยุติการก่อสร้าง พร้อมเตรียมคืนเงินผู้บริจาค โซเซียลถกเดือด
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ของวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โลกออนไลน์และอีกหลายเพจข่าวต่างๆ วิพากษ์วิจารณ์สนั่นกรณี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มีคำสั่งยุติการก่อสร้าง ศาลหลักเมืองหนองบัวลำภู แห่งใหม่ ว่าเป็นความจริงหรือไม่ และมีสาเหตุมาจากอะไร
ทั้งนี้ บางส่วนระบุว่า เสียดาย เพราะที่ผ่านมาผู้ว่าฯ หนองบัวลำภู กี่คนก็ไม่มีใครคิดจะทำใหม่ พอจะมีคนมาสร้างส่วนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้งบประมาณของจังหวัด แต่เป็นเงินบริจาคและจัดทำผ้าป่าเพื่อสมทบทุนสร้าง และคาดว่าจะเป็นหน้าตาของจังหวัด
ขณะเดียวกัน ฝั่งที่คัดค้านการก่อสร้างใหม่ มองว่าศาลหลักเมืองมีประวัติศาสตร์ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็น อำเภอหนองบัวลำภู ในจังหวัดอุดรธานี ทั้งยังกังวลว่าหากสร้างแห่งใหม่ ศาลหลักเมืองเดิมจะถูกปล่อยทิ้ง อยากให้เป็นการปรับปรุงมากกว่าจะสร้างใหม่

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า “แนวคิดการจัดสร้างศาลหลักเมืองหนองบัวลำภูแห่งใหม่” เกิดจากดำริของ พระเทพวัชรวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู และเจ้าอาวาสวัดพัชรกิติยาภารามบ้านเพ็กเฟื้อย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ที่เห็นว่าศาลหลักเมืองเดิมเป็นศาลหลักเมืองของอำเภอหนองบัวลำภูในอดีต จึงมีแนวคิดจัดสร้างศาลหลักเมืองของจังหวัดขึ้นใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวหนองบัวลำภู
แนวคิดดังกล่าว ได้เสนอให้ใช้พื้นที่บริเวณ “สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการจังหวัดเพื่อขอความเห็นชอบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและภาคเอกชน
ซึ่งในระยะแรกไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน จนมีการวางศิลาฤกษ์สถานที่ก่อสร้างไปแล้วได้เริ่มมีกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยส่วนหนึ่งออกเสียงคัดค้าน ทำให้ทางจังหวัดหนองบัวลำภู เตรียมที่จะเปลี่ยนสถานที่จากบริเวณด้านหน้าสนาม นเรศวรมหาราช ไปที่ “หอสองนาง” ริมสระหนองบัวฝั่งตะวันตก แต่ก็มีประชาชนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย ที่จะให้มีการสร้างบริเวณดังกล่าว และขอให้ไปสร้างสถานที่แห่งใหม่ เช่นที่บริเวณทางเข้า “ศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู” ซึ่งงบประมาณที่ดำเนินการการก่อสร้างนั้น ทางจังหวัดได้จัดทำผ้าป่าสามัคคีและมีผู้สนับสนุนจากบริษัทห้างร้านพ่อค้าคหบดี ทำให้มีเงินงบประมาณที่จะดำเนินการประมาณ 10 กว่าล้านบาท และจากการประมาณรูปแบบของศาลหลักเมืองที่มีการออกแบบไว้ คาดว่าจะใช้งบประมาณ 24 ล้านบาท
ต่อมา มีการประชุมวางแผนดำเนินโครงการ และอยู่ระหว่างการระดมทุน รวมถึงการขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ โดยมีการจัดทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนก่อสร้าง ณ สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ตลอดจนมีการวางศิลาฤกษ์ ที่บริเวณสนามนเรศวรมหาราช ไปแล้ว


กระทั่งล่าสุดวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการก่อสร้างศาลหลักเมือง พร้อมประสานงานเพื่อดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้ที่ร่วมบริจาค โดยกำหนดดำเนินการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 จนถึงวันนี้ กระแสโซเซียลยังคงมีการถกเถียง ตามถึงสาเหตุทำไมถึงต้องยกเลิก เป็นเหตุผลที่หลาย ๆ คนเกิดความสงสัย
โดยเมื่อวันที่ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้พูดบนเวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นกับร่างแผนพัฒนาจังหวัดหนองบัวลำภูอีก 5 ปี ข้างหน้า พ.ศ.2571-2575 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยได้กล่าวถึงความรู้สึกก่อนเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ว่า การทำแผนพัฒนาทุก ๆ ด้าน อยากให้ภาคประชาสังคม คนหนองบัวลำภู ได้มีส่วนร่วมในการ่วมคิด ร่วมพัฒนาจังหวัด ไม่ใช่เพียงส่วนราชการเท่านั้น
สำหรับประเด็นการก่อสร้างศาลหลักเมือง ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู ที่เดินหน้าไปมากพอสมควร ขอยุติบทบาท คนหนองบัวลำภูจะเดินหน้าอย่างไร ผมขอยุติบทบาท ส่วนเงินบริจาคของพี่น้องประชาชนที่มีอยู่ในบัญชีมากกว่า 10 ล้านบาท ผมพร้อมดำเนินการคืนให้ผู้บริจาค เต็มจำนวนทุกบาท ทุกสตางค์ โดยไม่หักแม้แต่บาทเดียว
นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ยังกล่าวอีกว่า ศาลหลักเมืองเป็นที่เคารพสักการะของคนเมือง จึงมีแนวคิดจัดสร้างศาลหลักเมืองของจังหวัดขึ้นใหม่ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวหนองบัวลำภู มีหลายจังหวัดที่มีความพร้อมที่คนอยากจะสร้างแต่ไม่มีงบ ของเรามีงบพร้อมที่จะสร้างแต่สร้างไม่ได้ สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่เหมาะสม ใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใกล้ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้านหลังเป็นวัดมหาชัย ด้านข้างเป็นวัดหายโศก วัดโพธิ์ชัยสมสะอาด อีกด้านเป็นวัดศรีคูณเมือง ถือว่า เป็นสถานที่เหมาะสมที่ดีที่สุดแล้ว ในเมื่อไม่พร้อมก็อย่าทำเลยดีกว่า
โดยก่อนหน้านี้ สำหรับสถานที่จัดสร้าง ที่เลือก ‘สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ เพราะเรามองว่าเป็นพิกัดที่สมเกียรติและเหมาะสมที่สุด แต่ในเมื่อยังมีการคัดค้าน ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปสร้างตรงไหนก็ตาม ผมก็จะไม่ทำต่อ! และขอยุติบทบาททั้งหมด พูดกันตรงๆ ความจริงผมไม่ได้อยากทำมาตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าคนในบ้านเรายังตกลงกันไม่ได้ ยังเห็นไม่ตรงกัน มันก็ควรพอ ถ้าเป็นคนอื่นเข้าทำไปแล้ว แต่เป็นผมถ้าไม่เรียบร้อย ไม่พร้อมผมไม่ทำ แต่ที่อื่นที่เขาอยากทำเขายังหาเงินไม่ได้เลย เขามีความพร้อมที่จะทำ หนองบัวลำภู งบประมาณมีเกือบครบ แต่มีคนค้านไม่ให้ทำ
ส่วนที่ บริเวณศาลหลักเมืองเดิม ที่ตั้งอยู่บริเวณบ้านกลาง ตำบลลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ในปัจจุบันก็ยังมีประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ชุมชน มากราบสักการะและนำสิ่งของมากราบไหว้ แก้บน ที่ได้มาบนบานศาลกล่าวไว้ที่ศาลหลักเมืองเก่าแห่งนี้
และที่ ศาลหลักเมืองเก่าแห่งนี้ ได้มีการจารึกข้อความบนแผ่นศิลาใหญ่ มีข้อความว่า “ศาลหลักเมืองหนองบัวลำภู แห่งนี้ นายสมปรารถน์ เสาวไพบูลย์ นายอำเภอหนองบัวลำภู พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน โดยพร้อมใจกันก่อสร้างขึ้น โดยหาทุนจากการจัดทำเหรียญรูปพระวอ พระตา ปลุกเศกโดย หลวงปู่ขาว อนาลโยและหลวงปู่บุญมา ให้ประชาชนเช่าไว้บูชา ได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันศุกร์ แรม 7 ค่ำ เดือน 12 ปี เถาะ ตรงกับวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 ก่อสร้างเสร็จและประกอบพิธีเปิดศาล เมื่อวันพฤหัสบดี แรม 1 ค่ำ เดือน 5 ปี มะโรง ตรงกับวันที่ 15 เมษายน 2519 สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 160,000 บาทเศษ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ประชาชนได้สักการบูชา และเป็นที่สิงสถิตย์ของดวงวิญญาณ พระวรราชภักดี หรือ พระวอ และ พระตา ผู้สร้างและรักษาเมืองหนองบัวลำภู ทั้งได้อัญเชิญ ดวงวิญญาณ ปู่หลุบ และเทพยดา อารักษ์ประจำเมืองมาสิงสถิตอยู่ร่วมกัน เพื่อพิทักษ์รักษาเมือง และปกป้องคุ้มครองชาวหนองบัวลำภู ให้ อยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขชั่วกาลนาน เทอญ”






