ครูหนุ่มชัยภูมิเปิดใจ สอบท้องถิ่นได้ที่ 1 แต่ถูกดันร่วงที่ 3 เสียสิทธิเลือกโรงเรียน ยืนยันไม่ย้าย-ผูกพันลูกศิษย์
จากกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)เปิดให้ผู้ที่ชื่อหลุดจากบัญชีสอบท้องถิ่นใหม่ ยื่นขอดูคะแนน 13–31 สิงหาคม เพื่อคลายข้อสงสัยหลังปรับบัญชีจากผลตรวจการแก้คะแนน ล่าสุด สถ.ยืนยัน ส่งรายชื่อ 5,925 คนให้ ป.ป.ช.-ตำรวจและหน่วยงานตาม MOU แล้ว เพื่อดำเนินคดีและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมยอมรับมีคนใน สถ.เกี่ยวข้องขบวนการ ด้าน กมธ.ป.ป.ช.เดินหน้ากดดันให้เร่งขยายผลเส้นเงิน สาวถึงผู้ร่วมขบวนการและตัวการใหญ่ หากหลักฐานถึงใครต้องดำเนินคดีทั้งหมดนั้น
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยภูมิ ถึงผลกระทบจากกรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังมีการตรวจสอบและจัดทำบัญชีผู้สอบผ่านใหม่ ส่งผลให้ผู้เข้าสอบบางรายมีลำดับเปลี่ยนแปลงจากเดิม

นายพีรพัฒน์ แก้วหาญ ครูผู้ช่วย โรงเรียนกวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า หลังมีการตรวจสอบคะแนนพบว่า ตนมีคะแนนอยู่ใน ลำดับที่ 1 แต่ในการประกาศผลเดิมกลับมีชื่ออยู่ใน ลำดับที่ 3 ก่อนจะได้รับการปรับกลับขึ้นมาเป็นลำดับที่ 1 ตามคะแนนที่ถูกต้อง

นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกทั้งดีใจและเสียใจ ดีใจที่ได้รับความเป็นธรรมและกลับมาอยู่ในลำดับที่ควรจะเป็น แต่ขณะเดียวกันก็เสียโอกาสในการเลือกโรงเรียนที่จะเข้ารับการบรรจุ เนื่องจากผู้สอบได้ลำดับที่ 1 มีสิทธิเลือกโรงเรียนก่อน ขณะที่ตนซึ่งเดิมถูกจัดไว้ลำดับที่ 3 จึงเลือกบรรจุที่โรงเรียนกวางโจน

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะได้รับการปรับขึ้นมาเป็นผู้สอบได้ลำดับที่ 1 นายพีรพัฒน์ยืนยันว่าจะไม่ย้ายไปเลือกโรงเรียนแห่งใหม่ และจะทำหน้าที่ครูผู้ช่วยที่โรงเรียนกวางโจนต่อไปให้ดีที่สุด เนื่องจากตลอดระยะเวลาประมาณ 4 เดือนที่สอนวิชาฟิสิกส์ระดับชั้น ม.4 และ ม.6 ได้เกิดความผูกพันกับนักเรียนและโรงเรียนแล้ว

“ความเป็นครูที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องสอนอยู่ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง” นายพีรพัฒน์กล่าว พร้อมสะท้อนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรเป็นบทเรียนในการปรับปรุงระบบสอบให้มีความโปร่งใส ชัดเจน และตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้ผู้สอบที่มีความสามารถต้องสูญเสียโอกาสจากความไม่ถูกต้องอีก
ด้านนายอดิศักดิ์ รอดแก้ว นักเรียนชั้น ม.6 กล่าวว่า ตนและเพื่อนๆ รักและศรัทธาครูพีรพัฒน์ เนื่องจากเป็นครูรุ่นใหม่ที่สอนสนุกและเข้าใจง่าย หากครูเลือกย้ายไปบรรจุโรงเรียนอื่นคงรู้สึกเสียใจ พร้อมมองว่าการทุจริตในการสอบเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชนในอนาคต


