หน้าแรก ภูมิภาค รองผู้ว่าฯโคร...

รองผู้ว่าฯโคราช เผย ขรก.เข้าข่ายถูกเพิกถอน 151 ราย ชี้นายก อปท.ต้องเซ็นคำสั่ง นิ่งเฉยเสี่ยงละเว้นปฏิบัติหน้าที่

13.08.26 | 15:26 น.

รองผู้ว่าฯโคราช เผย ขรก.เข้าข่ายถูกเพิกถอน 151 ราย ชี้นายก อปท.ต้องเซ็นคำสั่ง นิ่งเฉยเสี่ยงละเว้นปฏิบัติหน้าที่


วันที่ 13 สิงหาคม นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีการพิจารณาเพิกถอนคำสั่งบรรจุแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า การบรรจุแต่งตั้งทั้ง 3 รอบในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เข้ารับตำแหน่งในองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งหมด 569 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีผู้เข้าข่ายต้องพิจารณาเพิกถอนคำสั่งจำนวน 151 คน

สำหรับความกังวลของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอน และอาจถูกผู้ได้รับผลกระทบฟ้องร้องต่อศาลปกครองนั้น

นายวิจิตรระบุว่า สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมาได้ชี้แจงแนวทางแก่ผู้บริหารท้องถิ่นแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องกังวล เนื่องจากเป็นการดำเนินการตามมติของคณะกรรมการพนักงานหรือคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด ซึ่งรับมติและข้อมูลมาจากคณะกรรมการกลางอีกทอดหนึ่ง

Advertisement

นอกจากนี้ ส่วนกลางยังมีข้อมูลคะแนนและหลักฐานยืนยันประกอบการพิจารณา ดังนั้น นายก อปท.จึงถือว่าปฏิบัติหน้าที่ตามมติและหนังสือสั่งการของจังหวัด ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือแก้ไขข้อมูลด้วยตนเอง แม้ผู้ถูกเพิกถอนจะมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง แต่หน่วยงานสามารถนำมติ หนังสือสั่งการ และหลักฐานจากส่วนกลางมาใช้ประกอบการชี้แจงได้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาย้ำว่า เมื่อมีมติและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องออกคำสั่งเพิกถอน หากไม่ดำเนินการ อาจถูกมองว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และทำให้เรื่องบานปลายมากกว่าเดิม โดยจังหวัดจะมีหนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกครั้ง

ส่วนผู้ที่ถูกเพิกถอนและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลคะแนน สามารถขอตรวจสอบข้อมูลได้ เมื่อจังหวัดได้รับเอกสารคะแนนจากส่วนกลางแล้ว จะประสานแจ้งไปยัง อบจ. เทศบาล อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าตรวจสอบคะแนนและข้อมูลของตนเอง

นายวิจิตรกล่าวอีกว่า กรณีมีแนวคิดให้ผู้ถูกเพิกถอนกลับเข้ามาทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะพนักงานจ้างหรืออัตราจ้างนั้น เห็นว่าไม่ควรดำเนินการ เนื่องจากอาจมีประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม โดยเฉพาะข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติการณ์ทุจริต ซึ่งอาจสร้างปัญหาทางกฎหมายและการบริหารงานตามมาในภายหลัง ทั้งนี้ จังหวัดได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวแก่ผู้บริหารท้องถิ่นให้รับทราบแล้ว