ตร.รวบหนุ่มวัย 28 ฉุนเพื่อนด่า ร้องเพลงไม่ชัด คว้าค้อนเหล็กตีหัวตายคาวงเหล้า
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้รับแจ้งความจากชายคนหนึ่งว่า มีคนเสียชีวิตซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้แจ้ง โดยเสียชีวิตที่บริเวณบ้านเช่าแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 2 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปกับศูนย์กู้ชีพกู้ภัยพิทักษกาญจน์ ร่วมลงพื้นที่ดังกล่าว
จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวสีขาวฟ้า จึงได้ปิดกั้นไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป จากนั้นเปิดประตูเข้าไปพบศพผู้เสียชีวิตนอนเสียชีวิตจมกองเลือดตรงประตูบ้าน ในสภาพนอนหงายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกางเกงขาสั้นสีเทา ใกล้กันพบเศษฟันกรามของผู้ตายตกอยู่ 1 ซี่ มีบาดแผลถูกของแข็งที่บริเวณส่วนหัว และพบกองเลือดปริมาณมาก ทราบในเวลาต่อมาผู้ตายชื่อ นายรักเกียรติ อายุ 30 ปี ชาว จ.อุทัยธานี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน และตำรวจชุดสืบสวนสภ.แม่สอดจึงได้ตรวจหาพยานหลักฐาน และสอบถามบุคคลที่อาจพบเห็นเหตุการณ์จนได้ข้อมูล และมีพยานหลักฐานยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายต้นสน อายุ 28 ปี ชาว จ.อุทัยธานี เช่นกัน ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย เดินทางมาทำงานรับจ้างในพื้นที่อ.แม่สอด และเป็นผู้ที่เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจด้วยตนเอง
จากการสอบถามแล้วได้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุนายต้นสนผู้ก่อเหตุ กับนายรักเกียรติ ผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากันในบ้านพักแล้วมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่เป็นเรื่องแค่ผู้ตายมาว่าให้นายต้นสนร้องเพลงไม่ชัด ขณะดื่มไปแล้วเกิดอารมณ์สนุกร้องเพลงทำนองภาษาเพชรบุรี ราชบุรี จนตนถามกลับไปว่า รู้จักคนจริงมั้ย จนทะเลาะกันไปมาทำให้นายต้นสนเกิดบันดาลโทสะใช้ค้อนตีที่ศีรษะของผู้ตาย จนผู้ตายแน่นิ่งลงกับพื้นบ้าน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปโดยนำเอาค้อนที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งไว้ตรงร่องน้ำติดป่าหญ้าข้างทาง แล้วเดินทางกลับที่พักในตัวเมืองแม่สอด พร้อมกับนำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายทิ้งลงในท่อระบายน้ำ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายต้นสน ผู้ก่อเหตุเล่าว่า ได้พาแฟนไปด้วย และให้แฟนรอหน้าบ้าน เพื่อนั่งดื่มเบียร์ที่บ้านเพื่อนแป๊บเดียว แล้วก็จับไม้กวาดบ้านร้องเพลงไปด้วย ส่วนผู้ตายได้ชะโงกหน้ามาว่าให้ตนเอง และพูดจาเสียดสีจนทนไม่ไหว ขึ้นไปหยิบค้อนไปทำร้ายผู้ตาย ซึ่งนายต้นสนให้การรับสารภาพ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงาน สอบสวน สภ.แม่สอดดำเนินคดีในข้อหา ”ทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” อย่างไรก็ดี ในช่วงเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในหมู่บ้านคนหนึ่ง แจ้งว่าไม่มีเหตุใดๆ ขณะที่ชาวบ้านในละแวกรู้ข่าวว่า มีเหตุฆ่ากันตายแล้ว


