หน้าแรก ภูมิภาค กมธ.กระจายอำน...

กมธ.กระจายอำนาจฯ ผนึก กมธ.ป.ป.ช. สาวโกงสอบท้องถิ่น จี้ไล่เส้นเงินถึงตัวการใหญ่ ดักคออย่าตัดจบแค่คนจ่าย

14.08.26 | 08:29 น.

กมธ.กระจายอำนาจฯ ผนึก กมธ.ป.ป.ช. สาวโกงสอบท้องถิ่น จี้ไล่เส้นเงินถึงตัวการใหญ่ ดักคออย่าตัดจบแค่คนจ่าย

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ จ.ตรัง นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรท้องถิ่นว่า กมธ.มีความกังวลว่าการดำเนินการอาจไปสิ้นสุดเพียงผู้ที่จ่ายเงินเพื่อแลกกับการสอบผ่าน โดยไม่สามารถขยายผลไปถึงผู้สั่งการและผู้ได้รับผลประโยชน์ระดับสูง


นายกฤตย์อิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ส่งรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติจากการสอบกว่า 5,000 ราย ไปยังพื้นที่ที่มีการบรรจุ เพื่อให้คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน โดยมองว่ารายชื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในระดับผู้จ่ายเงิน ซึ่งยังเป็นเพียงปลายทางของขบวนการ

ส่วนกรณีมีข้าราชการท้องถิ่นที่ได้รับการบรรจุทยอยลาออกในหลายพื้นที่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นายกฤตย์อิชย์ มองว่า อาจเกิดจากความกังวลว่าจะถูกเพิกถอนหรือมีประวัติติดตัว จึงตัดสินใจลาออกก่อน อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดกระทำความผิดสำเร็จแล้ว การลาออกไม่ได้ทำให้ความรับผิดตามกฎหมายสิ้นสุดลง

นายกฤตย์อิชย์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญจากนี้คือการตรวจสอบ เส้นทางการเงินของขบวนการทั้งหมด เพื่อขยายผลไปถึงผู้สั่งการ โดยยกกรณีการตรวจสอบใน จ.นนทบุรี ซึ่งมีรายชื่อเกี่ยวข้องกว่า 3,000 ราย และมีการประเมินมูลค่าการเรียกรับผลประโยชน์ถึง 4,500 ล้านบาท โดยเห็นว่าผลประโยชน์จำนวนมหาศาลเช่นนี้จำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีบุคคลระดับใดเกี่ยวข้องบ้าง ไม่ควรยุติการสอบสวนเพียงผู้จ่ายเงินหรือเจ้าหน้าที่ระดับใดระดับหนึ่ง

Advertisement

“จากตัวเลขผลประโยชน์ดังกล่าว เป็นไปไม่ได้ที่จะจบอยู่เพียงแค่ระดับอธิบดี สถ. และเชื่อว่าจะมีตัวการใหญ่ระดับสูงอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และไปให้ถึงปลายทาง เพื่อกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา” นายกฤตย์อิชณน์กล่าว

นายกฤตย์อิชย์ กล่าวด้วยว่า กมธ.กระจายอำนาจฯ ได้ประสานการทำงานร่วมกับ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) และมีการประชุมร่วมกันแล้วหนึ่งครั้ง โดยจะเดินหน้าติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์จะใช้บทบาทฝ่ายค้านติดตามการดำเนินการของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพื่อให้คดีสามารถขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ