หน้าแรก ภูมิภาค นายกพัทยาแจงป...

นายกพัทยาแจงปม เขาไผ่ ยืนยันไม่ทำบ่อขยะ ไม่แตะป่าต้นน้ำ ชี้พื้นที่ศูนย์สุนัขจรจัดยังต้องประชาคม-ผ่านกรมป่าไม้

14.08.26 | 17:41 น.

นายกพัทยาแจงปม เขาไผ่ ยืนยันไม่ทำบ่อขยะ ไม่แตะป่าต้นน้ำ ชี้พื้นที่ศูนย์สุนัขจรจัดยังต้องประชาคม-ผ่านกรมป่าไม้


วันที่ 14 สิงหาคม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ชี้แจง กรณีกระแสคัดค้านแนวคิดใช้พื้นที่ป่าเขาไผ่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด โดยยืนยันว่าโครงการยังอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย ต้องผ่านการประชาคมประชาชนและได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ พร้อมย้ำ ไม่มีแผนนำพื้นที่ดังกล่าวไปทำบ่อขยะ และหากตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำหรือไม่เหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยาจะไม่ใช้พื้นที่ดังกล่าวอย่างแน่นอน

นายปรเมศวร์ กล่าวว่า เมืองพัทยาพยายามแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อใช้พื้นที่ของมูลนิธิในการดูแลสุนัข อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานที่เป็นของมูลนิธิ ทำให้เมืองพัทยามีข้อจำกัดในการสนับสนุนงบประมาณและการพัฒนาสถานที่ โดยสามารถช่วยเหลือได้ในบางส่วน เช่น ค่าอาหารและค่าผู้ดูแล ขณะที่พื้นที่ปัจจุบันมีประมาณ 10 ไร่ และรองรับสุนัขได้จำกัด

นายปรเมศวร์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แนะนำพื้นที่แห่งหนึ่งในเขต ต.ห้วยใหญ่ ซึ่งเป็น “พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม” และเป็นพื้นที่ ที่รัฐได้คืนมาจากการบุกรุกของประชาชน จึงมีการนำพื้นที่ดังกล่าวมาพิจารณาในเบื้องต้น

Advertisement

“ต้องเน้นว่าเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เพราะพาดหัวข่าวบางส่วนพูดเหมือนเมืองพัทยาจะเข้าไปทำลายป่าหรือทำลายพื้นที่ต้นน้ำ ความจริงเป็นเพียงการพูดคุยเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า พื้นที่ใดมีความเหมาะสมและสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้” นายปรเมศวร์กล่าว

นายกเมืองพัทยาเปิดเผยว่า ก่อนหมดวาระที่ผ่านมา เมืองพัทยาเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงเสนอเรื่องเข้าสู่สภาเมืองพัทยา เพื่อขอความเห็นชอบดำเนินกิจการนอกเขตเมืองพัทยา เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใน ต.ห้วยใหญ่

ภายหลังสภาเมืองพัทยาให้ความเห็นชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน โดยประเด็นสำคัญคือ การจัดประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด

นายปรเมศวร์ ย้ำว่า โครงการไม่ได้มีเพียงพื้นที่พักพิงสุนัข แต่แนวคิดเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ มีพื้นที่สีเขียว สวนหย่อม และการปลูกต้นไม้ ควบคู่กับการดูแลสุนัข ขณะที่การมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแลพื้นที่ยังอาจช่วยป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง

นายปรเมศวร์ ยังชี้แจงประเด็นที่มีการนำเรื่อง “บ่อขยะ” มาเชื่อมโยงกับพื้นที่ดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง โดยเมืองพัทยาไม่มีแผนและยังไม่เคยหารือเรื่องการนำพื้นที่เขาไผ่แปลงดังกล่าวไปจัดทำบ่อขยะ

ส่วนการแก้ปัญหาขยะของเมืองพัทยานั้นเป็นอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งเมืองจำเป็นต้องดำเนินการ เนื่องจากปัจจุบันมีปริมาณขยะเกือบ 600 ตันต่อวัน ขณะที่ประชากรตามทะเบียนมีเพียงแสนกว่าคน แต่ในพื้นที่จริงมีประชากรแฝงและผู้เดินทางเข้ามาใช้เมืองจำนวนหลายแสนคน รวมถึงนักท่องเที่ยว ทำให้การจัดการขยะเป็นโจทย์สำคัญของเมือง

ปัจจุบันเมืองพัทยาต้องมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะไปกำจัดนอกพื้นที่จำนวนมาก จึงต้องหาแนวทางบริหารจัดการขยะระยะยาว รวมถึงแนวคิดเรื่องระบบกำจัดขยะและเตาเผาขยะ แต่เป็นคนละส่วนกับโครงการศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดที่กำลังเป็นประเด็น

สำหรับข้อกังวลของชมรมคนรักษ์เขาไผ่ที่ระบุว่าพื้นที่ประมาณ 30 กว่าไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา มีสภาพลาดเอียงและอยู่ใกล้คลองน้ำขาว อาจเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ต้นน้ำ นายปรเมศวร์กล่าวว่า เมืองพัทยาไม่ได้ยึดติดว่าต้องใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวเท่านั้น

“ประเด็นไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นพื้นที่แปลงนี้ ขอให้กรมป่าไม้บอกว่าพื้นที่ไหนเหมาะสม เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ เมืองพัทยาไม่มีจุดประสงค์จะเข้าไปใช้พื้นที่ต้นน้ำ ถ้าต้องไปอยู่ต้นน้ำเราก็ไม่เอา เราเอาพื้นที่ที่สามารถทำได้และไม่สร้างผลกระทบ” นายปรเมศวร์ กล่าว

เบื้องต้นมีการจัดทำแนวคิดและแบบคร่าว ๆ โดยคาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ซึ่งนายปรเมศวร์เห็นว่าเพียงพอสำหรับโครงการ แต่รายละเอียดตำแหน่งพื้นที่และผังโครงการยังต้องตรวจสอบอีกครั้ง

“ผมเองไม่ได้รู้รายละเอียดว่าผังตรงนั้นไปอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำหรือไม่ ถ้ามันอยู่จริงเราก็ขยับได้ เพราะตามขั้นตอนยังต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องพิจารณาว่าพื้นที่เหมาะสมหรือไม่ และต้องไม่กระทบสิทธิประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม” นายปรเมศวร์กล่าว

นายกเมืองพัทยากล่าวเพิ่มเติมว่า สถานที่ดูแลสุนัขในปัจจุบันดำเนินการโดยมูลนิธิและใช้พื้นที่เอกชน ซึ่งมีทั้งภาระค่าเช่าที่ดิน ข้อจำกัดด้านพื้นที่ และจำนวนสุนัขที่สามารถรองรับได้ ขณะเดียวกันเมืองพัทยาไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากไม่ได้เป็นทรัพย์สินของเมือง

หากมีศูนย์ของเมืองพัทยาเอง จะสามารถออกแบบระบบดูแลสุนัขได้ครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การพักพิง ดูแลสุขภาพ ทำหมัน ฉีดวัคซีน ตลอดจนหาผู้รับเลี้ยงรายใหม่ และพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหาสุนัขจรจัด ซึ่งอาจรองรับการแก้ปัญหาในพื้นที่อำเภอบางละมุงได้ด้วย

นายปรเมศวร์ ระบุว่า เมืองพัทยามีสุนัขจรจัดจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว การควบคุมจำนวนสุนัขจึงทำได้ยาก แม้เมืองจะดำเนินโครงการทำหมันและฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยเฉพาะสุนัขที่ไม่มีเจ้าของซึ่งจับตัวได้ยาก

อย่างไรก็ตาม นโยบายหลักไม่ได้หมายถึงการจับสุนัขจรจัดทุกตัวเข้าสู่ศูนย์ แต่จะให้ความสำคัญกับ สุนัขแก่ สุนัขป่วย และสุนัขดุร้ายหรือมีความเสี่ยงต่อประชาชน ส่วนสุนัขที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ จะเน้นการทำหมันและควบคุมจำนวนประชากรตามหลักการจัดการสุนัขจรจัด

นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่ากระบวนการทั้งหมดไม่ได้ดำเนินการอย่างลับ ๆ และไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะต้องใช้พื้นที่ป่าเขาไผ่แปลงนี้ แต่เป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เสนอให้พิจารณาในฐานะพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม

ทั้งนี้ โครงการยังมีหลายขั้นตอนก่อนดำเนินการจริง ทั้งการรับฟังความคิดเห็นประชาชน การตรวจสอบความเหมาะสมของพื้นที่ และการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ หากผลตรวจสอบพบว่าพื้นที่กระทบป่าต้นน้ำ ลำห้วย สิ่งแวดล้อม หรือสิทธิของประชาชน เมืองพัทยาพร้อมพิจารณาพื้นที่อื่นที่เหมาะสมแทน