ตม.สุราษฎร์ฯ ดำเนินคดีนักธุรกิจฝรั่งเศส พร้อมนอมินีคนไทย 5 ราย เชื่อมคดีหลอกลงทุนฟาร์มกัญชา
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้ากวาดล้างนอมินีต่างชาติในพื้นที่เกาะสมุย เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7” สนองนโยบาย ผบ.ตร. และ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) ดำเนินคดีนักธุรกิจฝรั่งเศส พร้อมนอมินีคนไทย 5 ราย และนิติบุคคล 2 บริษัท
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม สืบเนื่องมาจากนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ศปชก.) ให้ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. โดย พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ดำเนินการสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด บก.ตม.6 สืบสวนการกระทำความผิดของคนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจหรือดำเนินธุรกิจในลักษณะถือหุ้นอำพราง โดยใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดิน ผ่านการจัดตั้งบริษัทให้เป็นนิติบุคคลไทย ให้เกิดความเสียหายโดยรวมของประเทศทั้งมิติด้านความมั่นคง และมิติด้านเศรษฐกิจ จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 7” ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี บก.ตม.6 เดินหน้าสืบสวนขยายผลกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่เกาะสมุย หลังพบพิรุธเกี่ยวกับการถือหุ้นและการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทน โดยหนึ่งในบุคคลที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคือ นายสเตฟาน เทียร์รี่ บาสต็อค (MR.STEPHANE THIERRY BASTOK) อายุ 74 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีข้อมูลว่าอยู่ระหว่างดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการหลอกเพื่อนร่วมชาติ 8 รายให้ร่วมลงทุนเปิดฟาร์มกัญชาคนละประมาณ 3.3 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 26.4 ล้านบาท (ประมาณ 900,000 ยูโร) แต่ว่าการลงทุนฟาร์มกัญชาไม่เกิดขึ้นจริง พนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด และ สภ.เกาะสมุย ได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว

จากข้อมูลดังกล่าวเจ้าหน้าที่ ตม.สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบเส้นทางการดำเนินธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินของนายสเตฟานอย่างละเอียด ก่อนพบความเชื่อมโยงกับบริษัท ไอดา.บี จำกัด และ บริษัท ไอดีเอ บี โดเมน จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจที่พักในพื้นที่หมู่ 5 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
จากการสืบสวนพบว่า บริษัทไอดา.บี จำกัด ถือครองที่ดินประมาณ 7 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา ต่อมาในปี 2564 ได้ก่อสร้างอาคาร 3 ชั้น ก่อนนำไปดำเนินธุรกิจที่พักในชื่อ “IDA B DOMAIN” โดยบริษัทไอดีเอ บี โดเมน จำกัด ซึ่งมีห้องพัก 12 ห้อง พร้อมห้องอาหาร และมีการโฆษณารับจองห้องพักแบบรายวันผ่านแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ เช่น BOOKING.COM ,TRIP.COM ,HOTEL.COM และสร้างเว็บไซต์ของบริษัทเองเพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วไปได้เห็น
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วไม่พบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมจากนายทะเบียนโรงแรมอำเภอเกาะสมุย ขณะที่ข้อมูลการแจ้งที่พักของผู้เข้าพักตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ มีลักษณะการเข้าพักระยะสั้น สอดคล้องกับการให้บริการที่พักรายวัน นอกจากนี้ยังพบการขอใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยระบุเป็นกิจการห้องเช่าจำนวน 12 ห้อง
จากการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและงบการเงิน พบข้อพิรุธชัดเจน บริษัท ไอดา.บี จำกัด ส่งงบการเงินขาดทุนต่อเนื่อง ไม่มีรายได้จริง มีไว้เพียงเพื่อถือครองที่ดิน โดยมีนอมินีคนไทย 3 ราย ถือหุ้นรวม 60% ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงลูกจ้างร้านอาหารและพนักงานขับรถ ไม่มีศักยภาพในการลงทุน
บริษัท ไอดีเอ บี โดเมน จำกัด มีนอมินีคนไทย 2 ราย ถือหุ้นรวม 60% โดย 1 ในผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าเป็นเพียงลูกจ้างที่ถูกนำชื่อมาเป็นกรรมการและจัดการเอกสาร ไม่มีอำนาจทางการเงิน
ส่วนเส้นทางการเงิน พบการโอนเงินจากบัญชีนิติบุคคลเข้าบัญชีส่วนตัวของนายสเตฟานกว่า 7.7 ล้านบาท และโอนให้บุตรชายอีกกว่า 1.5 ล้านบาท ชี้ชัดว่านายสเตฟานเป็นเจ้าของทุนและผู้ควบคุมกิจการทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว
เจ้าหน้าที่จึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รอง สว.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับนายสเตฟาน เทียร์รี่ บาสต็อค สัญชาติฝรั่งเศส ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ม.8, ม.36, ม.37, ม.41) และประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547
บริษัท ไอดา.บี จำกัด และ บริษัท ไอดีเอ บี โดเมน จำกัด ความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ยินยอมให้คนไทยถือหุ้นแทน และประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
กลุ่มนอมินีคนไทย 5 ราย ความผิดฐานเป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย (ม.36) และความผิดในฐานะกรรมการบริษัท (ม.41)
พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เผยอีกว่า ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบ และปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้นอมินีอำพรางเพื่อยึดครองที่ดินและประกอบธุรกิจต้องห้ามอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

