สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วลุยตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” แก้ปัญหาถูกทุนจีนกดราคา หวังรัฐหนุน IT สร้างความโปร่งใส ยกระดับเกษตรกรอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม จากกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
ซึ่งก็ได้มีการสะท้อนปัญหาที่สะสมยาวนาน ทั้งการถูกกดราคาและการนับผลผลิตที่ไม่เป็นธรรมจากพ่อค้าคนกลางและล้งต่างชาติ ส่งผลให้ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ด้วยตนเอง ขณะที่มะพร้าวขนาดกลางมักถูกนับรวมกับขนาดเล็ก ทำให้เกษตรกรเสียเปรียบอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดนายภัฏ สุริวงษ์ คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วและเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวแทนสหกรณ์การเกษตรอำเภอบ้านแพ้ว เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีล้งจากต่างประเทศ(ส่วนใหญ่ล้งจีน) เข้ามาดำเนินธุรกิจและมีการรวมกลุ่มกำหนดราคา ทำให้เกษตรกรขาดอำนาจต่อรอง โดยเฉพาะมะพร้าวจากบ้านแพ้วซึ่งมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างจากแหล่งอื่น แต่กลับถูกตีราคาในมาตรฐานเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม จากการที่ภาครัฐโดยกระทรวงพาณิชย์ได้เข้ามาสนับสนุนแนวทางจัดตั้ง “ล้งชุมชน” ภายใต้การบริหารของสหกรณ์ เพื่อเป็นกลไกแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบนั้น ทางสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วมีความพร้อมดำเนินการอยู่แล้ว โดยมีสมาชิกผู้ปลูกมะพร้าวกว่า 800 ราย ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 4,000–5,000 ไร่ แต่สมาชิกบางรายยังไม่มั่นใจในการจัดตั้งล้งได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ดังนั้น การจะตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ให้มีความมั่นคง และยั่งยืน ก็จะต้องมีการวางแนวทางการดำเนินการที่รัดกุมและชัดเจน ที่สำคัญคือ การสนับสนุนจากภาครัฐตามแนวทางของสหกรณ์
โดยแผนการดำเนินงานตามที่มีการหารือกันไว้แล้วนั้น ระยะแรก จะรวบรวมสมาชิกและจัดทำข้อตกลงรับซื้อผลผลิตระยะยาว 1–2 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านตลาด จากนั้นในระยะที่ 2 จะจัดตั้งทีมตัด ทีมขนส่ง และระบบควบคุมคุณภาพ โดยใช้เทคโนโลยี เช่น GPS และระบบติดตามผ่านมือถือ เพื่อให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์
ส่วนจุดสำคัญคือ การนำระบบสายพานและเทคโนโลยีไอทีเข้ามาช่วยคัดแยกและนับผลผลิตอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดมาตรฐานขนาดมะพร้าวอย่างชัดเจน แยกเป็นหลายไซด์ เพื่อลดปัญหาการนับควบที่ทำให้เกษตรกรเสียประโยชน์
นอกจากนี้ สหกรณ์ยังวางแผนบริหารจัดการผลผลิตใน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ การแปรรูปและจำหน่ายในแบรนด์ของสหกรณ์,การแลกเปลี่ยนสินค้ากับสหกรณ์ในจังหวัดอื่น เช่น ข้าวสาร น้ำตาล และผลไม้ตามฤดูกาล,การร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพส่งออกและไม่กดราคาเกษตรกร และ การสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาด ทั้งนี้ สหกรณ์ยังมุ่งส่งเสริมการผลิตแบบรวมกลุ่ม ลดต้นทุนด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และชีวภัณฑ์ รวมถึงบริหารจัดการแรงงานและระบบโลจิสติกส์ร่วมกัน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในอนาคต
นายภัฏ กล่าวอีกว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยยกระดับเกษตรกรจากผู้ผลิตสู่การเป็น “ผู้ประกอบการ” อย่างแท้จริง โดยมีสหกรณ์เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การตรวจสอบ ไปจนถึงการตลาด ขณะเดียวกันก็หวังให้ทางภาครัฐได้แสดงความพร้อมสนับสนุนทั้งงบประมาณ(บางส่วน) เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการจัดหาตลาดใหม่หรือผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มีความเป็นธรรมต่อเกษตรกร ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันใกล้
โดยเกษตรกรในพื้นที่มีความหวังมากขึ้นกว่า 80% ว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพในระยะยาว ดังนั้น การจัดตั้ง “ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม” ของสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้วเพื่อเกษตรกรในพื้นที่ครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง ถ่ายทอดความเป็นเกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้อาชีพนี้คงอยู่สืบไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัย และสร้างระบบการค้าที่ยุติธรรม โปร่งใส และยั่งยืนในอนาคต

