ชาร์จรถทิ้งไว้ข้ามคืน รุ่งเช้าไฟไหม้รถหรู หวิดวอดทั้งบ้าน เจ้าของเผยไม่มีสัญญาณเตือน
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.69 กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.คลองสาม ได้รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้รถยนต์ นั่งส่วนบุคคล ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม คลองสาม รถดับเพลิง อบต.คลองสาม จำนวน 2 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น บริเวณที่จอดพบรถยนต์เก๋ง สีขาว เพลิงได้ลุกไหม้ภายในห้องโดยสารอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้นำสายดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังตัวบ้านและพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสภาพรถหลังควบคุมเพลิงเอาไว้ได้บริเวณห้องคนขับภายในถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด
นายภวัฒน์กุล อายุ 36 ปี เจ้าของรถยนต์ เล่าว่า เมื่อคืนขับรถกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 22.00 น.กว่าๆ จากนั้นเสียบสายชาร์จรถทิ้งไว้ก่อนขึ้นไปนอน ต่อมาเวลาประมาณ 08:00 น. รปภ. ได้มากดกริ่งเรียกที่หน้าบ้าน เมื่อตื่นลงมาดูพบว่ามีควันขึ้นจากตัวรถ แต่ยังไม่มาก จึงรีบดึงปลั๊กชาร์จออกแล้ววิ่งขึ้นไปหยิบกุญแจรถ ก่อนเปิดประตูรถออกมา
ปรากฏว่าควันพุ่งขึ้นมาเป็นจำนวนมากตามที่เห็นในคลิป ซึ่งเบื้องต้นตนเองสันนิษฐานว่า อาจเกิดจากแบตเตอรี่ไฮบริด มีความร้อนสูงจนเกิดการไหม้ แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าเกิดจากแบตเตอรี่เสื่อมหรือระบบขัดข้อง ซึ่งก่อนเกิดเหตุหน้าจอรถไม่ได้แสดงสัญญาณเตือนหรือข้อความผิดพลาดใดๆ
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ายังโชคดีที่ไม่ได้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงเพราะหากไฟลุกลามอาจส่งผลให้บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลังได้ ดีที่ตนตั้งสติได้ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่และสามารถดับเพลิงได้ทันท่วงที ทำให้ความเสียหายเบื้องต้นอยู่เฉพาะบริเวณตัวรถ ทั้งนี้รถคันดังกล่าวเป็นรถมือสอง ซื้อมาในราคาประมาณ 1 ล้านบาทต้นๆ โดยตนเองซื้อและใช้งานมาประมาณ 2 ปี หากรวมระยะเวลาที่เจ้าของเดิมใช้งานด้วย คาดว่ารถมีอายุการใช้งานประมาณ 4 ปี

ทั้งนี้ตนเองได้ดำเนินการหลังเกิดเหตุ ได้แจ้งประกันไปแล้วโดยรถคันดังกล่าวนี้มีประกันภัยชั้น 1 ซึ่งบริษัทประกันได้เข้ามาติดต่อและดูแลเรียบร้อยแล้ว ส่วนศูนย์บริการ เนื่องจากเกิดเหตุในวันอาทิตย์ จึงยังไม่สามารถติดต่อเพื่อประสานงานตรวจสอบสาเหตุและประเมินความเสียหายได้ ซึ่งหลังจากนี้คงไม่ค่อยกล้านำรถกลับมาใช้งานอีก แม้จะผ่านการประเมินและซ่อมแซมจากอู่แล้วโดยขอรอดูผลการประเมินก่อนว่ารถยังสามารถซ่อมและนำกลับมาใช้งานได้หรือไม่
ที่ผ่านมาดูแลรถตามปกติและนำเข้าศูนย์ตรวจเช็กทุกปี รวมถึงตรวจเช็กตามระยะอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเข้าใจว่ารถมีระบบแจ้งเตือน หากพบข้อผิดพลาดเกี่ยวกับระบบไฮบริดหรือระบบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปกติควรจะแสดงข้อความ Error บนหน้าจอ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนใดๆ ก่อนเกิดปัญหาหลังจากชาร์จรถ จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
ที่มา ข่าวสด

