วันที่ 19 มิถุนายน 2560 นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้ครบ 135 วันที่หลินฮุ่ยอุ้มท้อง หลังจากทำการผสมเทียมประจำปี2560ไป ระยะหลังได้แสดงอาการเป็นหมีตั้งท้องชัดเจน ทั้งกินน้อย นอนมาก ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งควบคุมการตั้งท้องก็ได้พุ่งขึ้นสูงสุดที่ 158 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมครีเอตินีน และลดระดับต่อเนื่องลงมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงการเป็นหมีท้องแก่ รวมถึงมีการแสดงพฤติกรรมการทำรัง และการเลียอวัยวะสืบพันธุ์ให้เห็น ทางทีมวิจัย และเจ้าหน้าที่ยังตรวจพบซากสีขาวคล้ายเนื้อเยื่อที่ปิดปากมดลูกตกอยู่บริเวณส่วนจัดแสดงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเรายังคงเฝ้าติดตามอาการของหลินฮุ่ยด้วยความหวังว่าจะให้กำเนิดสมาชิกแพนด้าตัวใหม่อีกครั้ง
นายนิพนธ์ กล่าวว่า แต่ล่าสุด ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมาและเช้านี้ เราพบเห็นการแสดงอาการของหลินฮุ่ยที่แตกต่างออกไปจากหลายวันที่ผ่านมา คือ เรื่มมีการตีลังกาม้วนหน้าเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ค่อยจะดีนัก เนื่องจากแพนด้าที่ตั้งท้องรอตกลูกมักจะนอนและไม่แสดงอาการคึกคักหรือตีลังกาแบบนี้ อย่างไรก็ตามคงต้องรอให้ทางผู้เชี่ยวชาญ คือทีมของ รศ.น.สพ.ดร.สุดสรร ศิริไวทยพงศ์ อาจารย์ภาควิชาสูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยาฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ ขึ้นมาทำการตรวจอัลตร้าซาวด์เพื่อดูตัวอ่อนที่อยู่ภายในมดลูกของหลินฮุ่ยเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง และสรุปผลที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นวันที่ 29 มิถุนายน 2560 จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันเดียวกันนี้ รายงานผลการตรวจฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจากปัสสาวะรายวันของหลินฮุ่ย จากคณะทำงานโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ระบุว่า ระดับฮอร์โมนฯเช้านี้ลดลงมาสู่ระดับปกติแล้ว ที่ 59.10 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมครีเอตินีน ซึ่งเป็นระดับที่ควรต้องคลอดแล้ว ถ้าไม่คลอดก็แปลว่าต้องรอลุ้นใหม่ปีต่อไป หากว่าตัวอ่อนอาจเริ่มสลาย
ประกอบกับพฤติกรรมวันนี้พบว่าหลินฮุ่ยได้กลับมากินอาหารมากขึ้น และมีการตีลังกา ทั้งนี้ระดับฮอร์โมนเฉลี่ยของการเป็นแพนด้าปกติที่มิได้ตั้งท้องจะอยู่ในเกณฑ์ที่ 10-30 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมครีเอตินีน ซึ่งคงต้องรอทางทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญอัลตร้าซาวด์เพื่อแถลงสรุปผลที่แน่ชัดต่อไป

