“สุวัจน์” ปธ.แจกทานทิ้งกระจาด ฮุก 31 โคราช ชี้ศก.ฐานรากซบเซา หวั่น AI ซ้ำเติมการจ้างงาน แนะรัฐเร่งอุ้ม SME-ท่องเที่ยว-ลงทุนส่งออก
วันที่ 20 สิงหาคม เวลา 10.00 น.ที่วิหารเซ็งหงั่มตั่ง หรือศาลเจ้าเซ็งหงั่มตั่ง มูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา ถนนพายพาส อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “โพวโต่วซิโกว” หรือพิธีแจกทานทิ้งกระจาด ประจำปี 2569 เพื่อแจกจ่ายข้าวสารและอาหารแห้งช่วยเหลือผู้ยากไร้ โดยมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมารับความช่วยเหลือกว่า 4,000 คน
ภายในงานมี นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคเพื่อไทย นางเข็มทอง เรืองกฤตยา ประธานกิตติคุณมูลนิธิ นายสุวัฒน์ จึงวิวัฒนากร ประธานกิตติคุณมูลนิธิ และนายประวิทย์ อัศวินชัย ประธานมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา ร่วมพิธี
นายสุวัจน์ กล่าวว่า มูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 ถือเป็นองค์กรการกุศลหลักของชาวโคราช ดำเนินงานมานานกว่า 30 ปี และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในสถานการณ์ภัยพิบัติสาธารณะ งานด้านพระพุทธศาสนา กีฬา ตลอดจนการดูแลผู้ยากไร้ในจังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ประสบภัยทั่วประเทศ
โดยเฉพาะกิจกรรมแจกทานของมูลนิธิฯ ที่มีประชาชนเดินทางมารอรับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นทุกปี สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจระดับรากหญ้ายังคงซบเซา และปัญหาความยากจนยังเป็นเรื่องที่น่าห่วง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ขาดโอกาสและขาดทุนในการประกอบอาชีพ ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเต็มที่
นายสุวัจน์ กล่าวว่าปัจจุบันยังมีปัจจัยภายนอกที่ต้องจับตาโดยเฉพาะเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจเข้ามากระทบต่อตลาดแรงงานและการจ้างงานมากขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่มีศักยภาพต้องร่วมกันประคับประคองประชาชนไม่ให้จมน้ำไม่ต้องเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจรุนแรงขึ้น
สำหรับแนวทางแก้ไข นายสุวัจน์ เห็นว่า รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณให้ชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจฐานรากและผู้มีรายได้น้อยให้อยู่รอดก่อน พร้อมเสนอ 3 เรื่องสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการ คือ
1.อุ้ม SME และผู้ประกอบการรายย่อย เพราะ SME เป็นหัวใจสำคัญของการจ้างงานในต่างจังหวัด รัฐต้องดูแลเรื่องสภาพคล่องและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้ธุรกิจสามารถรักษาการจ้างงานไว้ได้
2.อัดฉีดภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญที่สามารถกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ชนบท และหมู่บ้านได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่โดยตรง และ 3.สนับสนุนการลงทุนและการส่งออก เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในภาพรวม และรักษาการเติบโตของ GDP ให้เศรษฐกิจมหภาคยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้
“สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือการร่วมมือกันแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนก่อน คนไทยต้องรักและสามัคคีกัน เพื่อฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจนี้ไปให้ได้” นายสุวัจน์ กล่าว
นายสุวัจน์ ยังกล่าวขอบคุณผู้มีจิตศรัทธา นักธุรกิจ และประชาชนทุกคนที่ร่วมบริจาคสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 พร้อมให้กำลังใจประชาชนกว่า 4,000 คนที่เดินทางมารับแจกทานว่า
”อย่าท้อถอย ขอให้ทุกคนต่อสู้ รักและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเชื่อมั่นว่าจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน“

