หน้าแรก ภูมิภาค ท่วมน่าน 4 อำ...

ท่วมน่าน 4 อำเภอ กระทบกว่า 1.3 ครัวเรือน ดับแล้ว 2 ราย ปภ.ระดม ฮ.KA32-เครื่องจักรเร่งช่วยปชช.

20.08.26 | 15:53 น.

น้ำท่วมน่านกระทบกว่า 1.3 หมื่นครัวเรือน ดับแล้ว 2 ราย ปภ.ประชุมติดตามสถานการณ์ เร่งระดมกำลัง–เครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ทึ่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ครั้งที่ 17/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยมีผู้อำนวยการสำนัก/กองส่วนกลาง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


น.ส.ชัชดาพร กล่าวว่า จากเหตุฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่จ.น่าน ใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง อ.สันติสุข รวม 24 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,132 ครัวเรือน 30,313 คน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย (อ.ปัว 1 ราย อ.ท่าวังผา 1 ราย) ซึ่ง อธิบดี ปภ.ได้กำชับให้หน่วยงานถือปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มท.โดยหากเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัย ให้เคลื่อนย้ายยานพาหนะหรือทรัพย์สินมีค่าที่จะมีความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น และดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเคลื่อนย้ายอพยพจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย ซึ่งต้องดำเนินการก่อนที่จะเกิดเหตุ รวมทั้งประสานสำนักงานชลประทาน และนายอำเภออย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนวิเคราะห์แนวโน้มคาดการณ์ระยะเวลาทางเดินน้ำ เพื่อแจ้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งแจ้งเตือน Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ นอกจากนี้ให้ประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชี้พิกัดกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญให้ประสานผนึกกำลังเครือข่าย อาสาสมัคร มูลนิธิ อปพร. และอปท.ในพื้นที่ ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

Advertisement

น.ส.ชัชดาพร กล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือ ปภ.ได้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ KA32 พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย จาก ศูนย์ปภ.เขต ขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และ เขต 16 ชัยนาท พร้อมลำเลียงถุงยังชีพ จำนวน 5000 ชุด เข้าถึงพื้นที่เรียบร้อยแล้วและจะแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ตามแผนการแจกจ่ายของจังหวัด สำหรับพื้นที่ที่มีสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อปท.ในพื้นที่ มูลนิธิ อาสาสมัคร ผู้นำชุมชน ทำการฟื้นฟูพื้นที่ โดยระดม รถน้ำ รถตัก และรถกวาดขยะ เก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ถนน รวมถึงสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ ส่วนพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์

น.ส.ชัชดาพร กล่าวอีกว่า แม้บางพื้นที่สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่จะตกมาเพิ่ม จึงขอให้ทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝน และแนวโน้มระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์และระบุทั้งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า หากพบแนวโน้มเกิดอุทกภัยให้เร่งประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ควบคู่กับช่องทางสื่อสารในพื้นที่ พร้อมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ เรือท้องแบน เจ็ตสกี เครื่องสูบน้ำ รถยกสูง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และเครื่องสูบน้ำระยะไกล รวมถึงจัดชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนอย่างรวดเร็ว สนับสนุนถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นด้านการดำรงชีพ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก ตลอดจนจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้ประสบภัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร น้ำดื่ม การดูแลด้านสาธารณสุข โรงครัวและแหล่งวัตถุดิบที่เพียงพอ รวมถึงระบบไฟฟ้าสำรอง พร้อมเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าและประปาให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็ว และวางมาตรการปกป้องสถานที่สำคัญ ได้แก่ สถานพยาบาล โบราณสถาน พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและอพยพประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ รวมถึงลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน