ตร.ขอนแก่น เร่งสรุป 3 คดี ‘ป้าดา’ ปมพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ่อแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรเพิ่ม
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้า คดีเกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยาราม ว่า ขณะนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 คดี คดีแรกเป็นเรื่องการบุกรุกวัด โดยขณะนี้พิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ทั้งหมด 7 ราย ได้ออกหมายเรียกไปทั้งหมด 6 รายก่อน นัดมาวันที่ 27 สิงหาคม
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า เบื้องต้นบุคคลที่บุกรุกวัด ทางตำรวจพิสูจน์ได้ทั้งหมด 16 คน เป็นกลุ่มบุคคลที่เข้ามาร่วมกันบุกรุกกัน จะต้องมีการสืบสวนหาบุคคลที่เหลือต่อไป ซึ่งหากใครที่ปรากฏตัวตามคลิป อยากจะแสดงความบริสุทธิ์ ก็สามารถติดต่อเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นได้ทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลที่ร่วมบุกรุกวัด จะสามารถแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรได้หรือไม่ พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรนั้น มีความผิดครบตามเจตนาภายนอกแล้ว คือ การรวมตัวตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอาญา ในส่วนของเจตนาภายในนั้น ต้องพิสูจน์อีกครั้งว่าทั้งหมดมีเจตนาร่วมกันในการบุกรุกวัดตั้งแต่ต้นหรือไม่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานที่ชี้ได้ว่ามีเจตนาร่วมกันบุกรุกทั้งหมด หรือเกินกว่า 5 คนขึ้นไป ในวันที่เขามารับทราบข้อกล่าวหา ทางพนักงานสอบสวนสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ ฝั่งพยานของทางวัดด้วยเช่นกัน ส่วนที่เป็นผู้รับจ้างมาเทปูนละขนท่อระบายน้ำ มาไว้ที่หน้าวัด ได้ติดต่อไปยังเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างแล้ว ขณะนี้ได้สอบปากคำคนขับรถผสมปูนทั้ง 2 คนแล้ว ส่วนคนงานที่ขับรถบรรทุกท่อระบายน้ำ ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด ขณะนี้ได้รับการประสานแล้วว่า จะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยเช่นกัน
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีแจ้งความเท็จแจ้ง หลังจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา และในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะได้ไปสอบปากคำ โดยมีพยานในคดีนี้จำนวน 2 ปาก จากนั้นจะได้มีการสอบปากคำกับบุคคลที่ลงชื่อเป็นพยานในคำขอต่างๆ รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน แล้วจะมีการมาพิจารณาว่าจะมีการแจ้งกล่าวหากับใครบ้าง และจะออกหมายเรียกใครต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนในคดีนี้ภายในวันที่ 24 สิงหาคมนี้

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่าในส่วนของคดีที่มีร้องทุกข์เอาผิดมาตรา 112 ทางสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้มีการประมวลเรื่องส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา จากนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะมีคำสั่งที่230/2567 โดยมีขั้นตอนตรวจสอบพยานหลักฐานและพิจารณาว่าหลักฐานมีความชัดเจนและเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่าส่วนกรณีชายต้องสงสัยขี่รถเข้าวัดช่วงกลางดึก เหตุเกิดก่อนหน้านี้ หลังมีชายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในวัดและตะโกนถามหาผู้ถ่ายคลิป ก่อนขี่รถออกไป ทำให้ทางวัดเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่ปลอดภัย จึงเข้าแจ้งความและขอให้ตำรวจเพิ่มมาตรการดูแลความเรียบร้อย จนสามารถควบคุมตัวได้แล้ว เบื้องต้น ยอมรับว่า ก่อนเดินทางมาวัดได้ดื่มสุรา และขี่รถมาจากบ้านซึ่งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 12 กิโลเมตร โดยอ้างว่าเป็นแฟนคลับของ“ป้าดา”และไม่พอใจคลิปที่มีภาพเจ้าอาวาสร้องไห้ จึงเดินทางมาที่วัดเพื่อสอบถามเกี่ยวกับคลิปดังกล่าว


