นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก ลงพื้นที่ จ.สระบุรี มอบนโยบาย ตรวจเยี่ยมกองทุนหมู่บ้าน อ.หนองแค จี้คณะกรรมการกองทุนฯ ยื่นคำของบฯ ‘โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ย คนละครึ่ง’
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองแค จ.สระบุรี นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มสมาชิกกองทุนหมู่บ้านโคกน้ำบ่อ หมู่ที่ 7 ต.กุ่มหัก อ.หนองแค โดยมีนายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมส.ส.สระบุรี นายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายจีรศักดิ์ คล้ายศรี ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต 13 นายวิลาศ บุญโต พัฒนาการจังหวัด นายสันทัศน์ รันดาเว นายอำเภอหนองแค น.ส.สุขุมาลย์ วิริโยธิน นายอำเภอวิหารแดง นางวิรงรอง สุริยะธำรงกุล นายอำเภอหนองแซง ผู้บริหารท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ต้อนรับ
นายบัญชา รายงานภาพรวมจังหวัดสระบุรี มีเป้าหมายการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ทั้งสิ้น1,049 กองทุน จำแนกเป็น กองทุนหมู่บ้าน 973 กองทุน ,ชุมชนเมือง จำนวน 57 กองทุน, กองทุนชุมชนทหาร จำนวน 19 กองทุน โดยได้ขับเคลื่อนและจดทะเบียน เป็นนิติบุคคลแล้ว 1,038 กองทุน (คิดเป็น 98.95%) โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง มาตรการเร่งด่วนเพื่อปรับลดภาระดอกเบี้ยบัญชีที่ 1 ลง 50% บรรเทาความเดือดร้อน และขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบให้แก่สมาชิก จังหวัดสระบุรีมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว 40 กองทุน (คิดเป็น 3.81%) เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะที่ 3 (กองทุนละ1 ล้านบาท) มีเป้าหมาย 1,049 กองทุน ได้รับเงินแล้ว 725 กองทุนยังไม่ได้ยื่นขอรับการเพิ่มทุนฯ 324 กองทุน

นางสุขสมรวย กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาพบปะกับพี่น้องชาวกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่ อ.หนองแค จะขอแจ้งข่าวดีและนโยบายสำคัญ 3 เรื่องหลักแก่พี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ข่าวดีแรก รัฐบาล โดยกทบ. มีโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ย คนละครึ่ง ตอนนี้รัฐบาลอนุมัติวงเงินงบประมาณทั้งหมดกว่า 4,400 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านกว่า 63,125 กองทุนทั่วประเทศ ซึ่ง อ.หนองแค มีกองทุนทั้งหมด 185 กองทุน ยังไม่มีการยื่นคำขอมาเลยสักกองทุน ฝากคณะกรรมการกองทุนฯเร่งดำเนินการยื่นคำขอที่เหลือมาที่ สทบ. จะได้ดำเนินการตามกระบวนการให้แล้วเสร็จ และเงินส่งเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องสมาชิกกองทนในพื้นที่
“ข่าวดีที่ 2 โครงการเพิ่มทุน เงินล้านที่ 2 รัฐบาลโดย กทบ. จะดำเนินการในงบค้างท่อปี 2555 จำนวน 3,400 ล้านบาท โดยให้เร่งฟื้นฟูกองทุนหมู่บ้านที่ตกหล่น หรือ กองทุนที่เป็นสีแดง เพื่อเพิ่มทุนกองทุนละ 1 ล้านบาทให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 ซึ่งที่ อ.หนองแค มีกองทุนที่ยังไม่ได้เงินล้านที่ 2 ถึง 70 กองทุน ขอให้เจ้าหน้าที่ สทบ. สาขาเขต 13 เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พี่น้องกองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับล้านที่ 2 รักษาสิทธิของตัวเอง และฝากพี่น้องกองทุนที่ยังไม่ได้รับเงินล้านที่ 2 ปรับปรุงแก้ไขตามแนวทางที่ สทบ. แนะนำด้วย

สำหรับ ข่าวดีที่ 3 เป็นสิ่งที่สมาชิกกองทุนรอคอยมาเป็นระยะเวลานาน คือ โครงการSML พลัส ตอนนี้เราทะลายกำแพง SML พลัส ได้แล้วโดยที่ประชุมบอร์ดใหญ่อนุมัติแล้ว 349 กองทุน วงเงินงบประมาณกว่า 99,500,000 บาท ตั้งใจจะให้เร่งดำเนินการ ให้อนุมัติโครงการให้ได้อีกรอบต่อๆไป คาดว่าเดือนสิงหาคม- กันยายนนี้ ขอแจ้งข่าวมาตรการลดค่าครองชีพจากรัฐบาล โดยกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกในราคาหน่วยละ 3 บาท และปรับโครงสร้างแยกค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ (สายหลัก-สายรอง) ออกจากบิลไฟบ้านเพื่อลดภาระของประชาชน โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นและพร้อมสนับสนุนการทำงานของกองทุนหมู่บ้านอย่างเต็มกำลัง” นางสุขสมรวย กล่าว

จากนั้น นางสุขสมรวย และ คณะ เดินทาง ตรวจเยี่ยมกองทุนหมู่บ้านโคกน้ำบ่อ หมู่ 7 ต.กุ่มหัก อ.หนองแค ซึ่งนางปรานอม เสียงสวัสดิ์ ประธานกองทุนหมู่บ้านโคกน้ำบ่อ กล่าวรายงานว่า กองทุนหมู่บ้านฯมีสมาชิก 89 คนได้รับการจัดสรรงบประมาณกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจากรัฐบาลผ่านบัญชีที่ 1 เป็นเงิน 2,200,000 บาท ปัจจุบันมีเงินทุน 2,514,643 บาท มีเงินฝากสัจจะ 52,963 บาท เมื่อปี 2559 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการตามแนวทางประชารัฐ 1,200,000 บาท จัดทำโครงการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดและผลิตภัณฑ์น้ำแข็งหลอดงบประมาณ 1 ล้านบาท โครงการต้นน้ำมันเพื่อชุมชนงบประมาณ 200,000 บาท
ปัจจุบันมีกำไรสุทธิจากการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบันคงเหลือรวม 70,762 บาท ทั้งนี้กองทุนหมู่บ้านโคกน้ำบ่อ ได้ยื่นเอกสารขอรับงบประมาณโครงการ SML ปี 2568 ภายใต้โครงการโต๊ะสแตนเลสแบบกลม ชุดอาหารบุฟเฟ่ต์ ผ้าคลุมเก้าอี้ งบประมาณทั้งสิ้น 200,000 บาท
ด้านนางสุขสมรวย กล่าวว่า ตอนนี้ได้เริมพิจารณาเล่มที่ส่งของกองทุน ที่ได้ส่งเข้ามาของจังหวัดสระบุรี จะเริ่มพิจารณาอนุมัติสิ้นเดือนนี้ คาดหวังว่าจังหวัดสระบุรีจะผ่านการพิจารณาดำเนินการอนุมัติ และขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ส.ส.เขต3 สระบุรี ได้ประสานงานเพื่อที่ให้ประชาชนที่เป็นสมชิกกองทุนได้รับเงินทุนในการประกอบอาชีพ และโครงการดีๆของกองทุนหมู่บ้าน

