หน้าแรก ภูมิภาค ตราดจ่อโค่นสว...

ตราดจ่อโค่นสวนทุเรียน600 ไร่รุกอ่างห้วยแร้ง รวบ 4 ผู้ต้องหา รองผู้ว่าฯขู่ฟันม.157 ขรก.ปล่อยปละละเลย

21.08.26 | 13:10 น.

จ่อโค่นทุเรียนรุกอ่างห้วยแร้ง 600 ไร่ รวบแล้ว 4 ผู้ต้องหา ด้านรองผู้ว่าฯ ตราด ขู่ฟัน ม.157 ข้าราชการปล่อยปละละเลย


เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่จ.ตราด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกลุ่มนายทุนบุกรุกพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง อ.เมือง จังหวัดตราด เพื่อลักลอบปลูกทุเรียนตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังทวงคืนผืนป่าอย่างจริงจัง โดยเตรียมเข้าทำลายผลอาสินและต้นทุเรียนบนเนื้อที่กว่า 600 ไร่

นายวัชระ สุนทรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด เปิดเผยว่า หลังจากผ่านมากว่า 1 ปี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืนคำสั่งบุกรุกพื้นที่ได้แล้ว 4 ราย เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ พร้อมประสานตำรวจภูธรจังหวัดตราดเร่งรัดคดีให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว นอกจากนี้ยังได้กำชับให้หน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างโครงการชลประทานตราด เข้มงวดในการควบคุมดูแลพื้นที่ เพื่อป้องกันข้อครหาการมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลย

Advertisement

ด้านนายชัยกร ลุนทา หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม รักษาการผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ลงสำรวจพื้นที่ป่าและเกาะกลางน้ำภายในอ่างเก็บน้ำทั้งหมด และพบมีพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อปลูกทุเรียนรวมกว่า 600 ไร่ จากผู้บุกรุกประมาณ 20 ราย โดยจับกุมได้ 4 ราย มีผู้หลบหนีออกจากพื้นที่ 3 ราย ส่วนที่เหลือคาดว่าเป็นบุคคลนอกพื้นที่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ติดป้ายห้ามเข้าทำประโยชน์และเปิดโอกาสให้ผู้บุกรุกมาแสดงตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีผู้ใดมาแสดงตน ทางชลประทานและป่าไม้จึงอยู่ระหว่างเตรียมขออนุมัติผู้มีอำนาจเพื่อเข้าทำการรื้อถอนและตัดโค่นต้นทุเรียนทั้งหมดในเร็วๆ นี้

ขณะที่มาตรการป้องกันระยะยาว นายพีระ เอี่ยมสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ระดับจังหวัด ให้ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการคุ้มครองพื้นที่สาธารณะ โดยสั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจซ้ำอย่างสม่ำเสมอ จัดทำแผนที่แนวเขตให้ชัดเจนร่วมกับผู้นำท้องถิ่นเพื่อลดช่องโหว่การอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย พร้อมบูรณาการกำลังเพื่อสกัดกั้นการรุกที่สาธารณะเชิงพาณิชย์

ซึ่งนายพีระได้คาดโทษอย่างเด็ดขาดว่า หากพบเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย จะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายทันที โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนสามารถตรวจสอบและร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ของ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และศูนย์ดำรงธรรมได้อย่างรวดเร็ว ข้าราชการจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสุจริตอย่างเคร่งครัด