ลูกชายวัย 43 ฉุนถูกเตือนลืมปิดไฟ เดินประกบลั่นไกยิงพ่อดับ ก่อนขับกระบะหนี
เมื่อเวลา 20.25 น. วันที่ 21 สิงหาคม ร.ต.อ.นพรัตน์ พรรณรังษี รอง สว.สอบสวน สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตบ้าน อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรงค์ รักประทุม ผกก.สภ.เวียงสระ กู้ภัยกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี อำเภอเวียงสระ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านบริเวณด้านหลัง ถูกกั้นเป็นสถานที่นอน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งราย คือ นายสมพงษ์ อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ สภาพนุ่งกางเกงขา 3 ส่วนสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ เลือดไหลนองพื้น ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายพิเชษฐ์ อายุ 43 ปี ลูกชาย ได้ขับรถยนต์กระบะสี่ประตูสีดำทะเบียน กพ.4454 สุราษฎร์ธานีหลบหนี

เบื้องต้นนางประทุม ภรรยาผู้เสียชีวิตและแม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ คนในครอบครัวทั้งหมดได้ล้อมวงนั่งกินข้าวกัน รวมจำนวน 8 คน ทั้งปู่ ย่า และหลานสาววัย 3 ขวบร่วมโต๊ะด้วย ก่อนที่ นายสมพงษ์ จะเดินเข้าไปเพื่อเตรียมตัวนอน ระหว่างนั้น นายพิเชษฐ์ ได้เดินไปติดๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด
ทั้งนี้ช่วงเย็นที่ผ่านมาตนได้มีปากเสียงกับลูกชายเรื่องปิดไฟ และนายพิเชษฐ์ได้สบถคำด่าบุพการี และผู้ตายได้ว่ากล่าวไปว่า พูดกับแม่แบบนั้นจะตกนรกโดยไม่ได้มีท่าทีรุนแรงแต่อย่างใด และไม่เคยมีปัญหาอื่นกัน อย่างไรไม่มีใครทราบว่า นายพิเชษฐ์มีปืนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก่อนเกิดเหตุขณะล้อมวงกินข้าวได้มีการสะพายกระเป๋าคาดอกอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีอาวุธปืนและก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน นางพัทยาภรณ์ ภรรยาผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่า ตอนนี้ตนยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุแต่ในส่วนของอาวุธปืนนั้น คาดว่าเป็นของพ่อ โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 6-7 เดือน พ่อได้ถามหาอาวุธปืนของตนว่าเห็นหรือไม่ แต่สามีปฏิเสธว่าไม่เห็น ทางพ่อจึงคิดว่าลูกชายของตนเป็นคนเอาไป จึงให้ไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก ซึ่งก่อนเกิดเหตุ สามีได้สะพายกระเป๋าคาดอกอยู่ตลอดเวลา อ้างว่าใส่ใบกระท่อม จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว
ทั้งนี้ในเวลาต่อมา หลังจากเกิดเหตุเพียง 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันสกัดนายพิเชษฐ์ไว้ได้ที่บริเวณอำเภอบ้านนา จึงได้ควบคุมตัวมาค้นหาอาวุธปืน ที่บ้านที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด . 38 จำนวน 1 กระบอก ถูกตั้งไว้ริมกำแพงโรงจอดรถ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวไปที่สภ. เวียงสระเพื่อสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

