เขื่อนเจ้าพระยา เร่งเก็บผักตบชวา เพิ่มประสิทธิภาพการระบายรับมือน้ำเหนือ
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าว นำโดรนขึ้นบินสำรวจสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จุดที่เป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำของลุ่มภาคกลาง ซึ่งล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม อยู่ที่ อัตรา 875 ลูกบาศเมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)
ล่าสุดวัดได้ 936 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยายกตัวขึ้นกว่า 20 ซม.ในรอบ 24 ชม. วัดได้ 19.53 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้ประเพิ่มการระบายน้ำตามแผนการบริหารน้ำของ สทนช.เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำเหนือที่จะเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป จากเมื่อวานที่ระบายในอัตรา 350 ลบ.ม./วินาที ขึ้นไปอยู่ที่อัตรา 450 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น 66 ซม.ในรอบ 24 ชม. ล่าสุดวัดได้ 8.29 ม.รทก.
และจากมวลน้ำเหนือที่เพิ่มขึ้นนี้เองได้นำพาผักตบชวาจำนวนกว่า 100 ตัน ลงมาติดสะสมอยู่ที่หน้าบานเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งผักตบชวาเป็นอุปสรรคสำคัญในการจัดการระบายน้ำ และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ เขื่อนเจ้าพระยาได้คิกออฟการจัดเก็บผักตบชวาขึ้นจากแม่น้ำโดยเฉพาะหน้าบานเขื่อน
โดยใช้ทั้งกำลังคนช่วยกันนำผักตบชวาริมตลิ่งขึ้นมาทำลาย ส่วนในพื้นที่ลำน้ำทางเขื่อนเจ้าพระยาได้นำเครื่องจักรทั้งเรือจัดเก็บและรถแบ๊กโฮตักผักตบชวาขึ้นมาขนไปทำลาย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำรองรับสถานการณ์น้ำเหนือที่จะมีมวลน้ำลงมาสมทบในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ทางราชการประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน ให้เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำและการสไลด์ของดินตลิ่งที่จะสร้างความอันตรายและความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงควรเสริมความมั่นคงเข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง อาคาร และผูกรั้งกระชัง โป๊ะ แพ ให้มีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ




