หน้าแรก ภูมิภาค เทศบาลโคราช ร...

เทศบาลโคราช รุดช่วยสร้างบ้านให้ อดีตทหารผ่านศึกป่วยอัมพาต หลานลูกครึ่งซึ้งรักตาเหมือนพ่อ

24.08.26 | 19:04 น.

เทศบาลโคราชผนึกหลายหน่วยงานช่วยอดีตทหารผ่านศึกวัย 85 ปี สร้างบ้านใหม่ หลานลูกครึ่งไทยอังกฤษวัย 15 ปีซึ้ง รักตาเหมือนพ่อ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา พร้อมด้วยนายภาณุนันท์ รัศมี สมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา หน่วยงานทหารผ่านศึก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ชุมชนวัดเลียบ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนายวัชรพงษ์ หรือ ตาเล็ก ทองแต้ม อายุ 85 ปี อดีตทหารผ่านศึก ซึ่งมีอาการอัมพาตครึ่งซีก เดินไม่ได้ และมีโรคประจำตัวหลายโรค พร้อมด้วยนายบวรวิชญ์ หรือ “ซันต้า” ทองแต้ม อายุ 15 ปี หลานชาย และนายธานี ทองแต้ม อายุ 58 ปี


ครอบครัวดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียว เนื้อที่ประมาณ 28 ตารางวา สภาพบ้านเดิมทรุดโทรม หลังคามุงสังกะสี ภายในค่อนข้างแออัด มีเสื้อผ้าและสิ่งของวางกระจัดกระจายจำนวนมาก เกรงว่าจะเป็นแหล่งหลบซ่อนของสัตว์มีพิษ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงที่พักอาศัยให้มีความปลอดภัยและถูกสุขลักษณะมากขึ้น
เบื้องต้นหลายหน่วยงานได้ร่วมกันมอบเงิน สิ่งของจำเป็น และถุงยังชีพ พร้อมสนับสนุนการก่อสร้างและปรับปรุงบ้าน โดยได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 80,000 บาท รวมถึงได้รับความเมตตาจากพระครูเจ้าอาวาสวัดเลียบ สนับสนุนดินและลูกรังเพิ่มเติม เพื่อใช้ปรับพื้นที่เตรียมก่อสร้าง

Advertisement

นายแพทย์วรรณรัตน์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัว พบว่านายวัชรพงษ์เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีข้อจำกัดในการดำรงชีวิต ขณะที่สภาพบ้านไม่เหมาะสม จึงประสานหลายภาคส่วนเข้ามาช่วยเหลือ โดยจะก่อสร้างห้องนอนหลังใหม่ ปรับปรุงห้องนอนเดิมของลูกและหลาน รวมถึงสร้างห้องน้ำใหม่ให้ถูกสุขลักษณะ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงแล้วเสร็จ

สำหรับการช่วยเหลือยังมีสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจังหวัดนครราชสีมา พม. เทศบาลนครนครราชสีมา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล อสม. คณะกรรมการชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสนับสนุนทั้งแรงงาน วัสดุ และการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยนายวัชรพงษ์ได้รับเงินช่วยเหลือและสวัสดิการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเงินเดือนทหารผ่านศึกและเบี้ยความพิการ ขณะที่ พม. เตรียมนำเตียงมามอบให้ภายหลังบ้านหลังใหม่แล้วเสร็จ

ด้าน ตาเล็ก เปิดเผยด้วยความซาบซึ้งว่า เคยรับราชการทหารและถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศลาวประมาณ 2 ปี ในช่วงปี 2514 โดยรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ชายชาติทหาร เมื่อทราบว่าจะมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยสร้างบ้านใหม่ กล่าวว่า ดีใจ และฝากขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือครอบครัว
ขณะที่นายบวรวิชญ์ หรือ ซันต้า อายุ 15 ปี ลูกครึ่งไทยอังกฤษ ซึ่งกำลังศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่หลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เพราะจะทำให้ตนเองและคุณตามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่ไม่ลืมครอบครัวของตน

ซันต้าเล่าว่า คุณตาเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบครึ่ง เมื่อถามว่ารักคุณตาเหมือนพ่อหรือไม่ เจ้าตัวตอบทั้งน้ำตาว่า รักมากเลยครับ พร้อมยืนยันว่าจะพยายามดูแลคุณตาให้ดีที่สุด และสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคืออยากให้คุณตาได้อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองลำบากหรือเป็นภาระ

ซันต้ายังฝากข้อคิดถึงคนที่กำลังเผชิญปัญหาว่า แม้แต่ละคนจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เมื่อเติบโตขึ้นสามารถเลือกเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองได้ พร้อมย้ำว่า อย่ายอมแพ้ และขอให้ทุกคนพยายามเป็นคนดีของสังคม
การช่วยเหลือครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการปรับปรุงบ้านให้ครอบครัวผู้เปราะบางมีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะสม แต่ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาชน และชุมชน ที่ร่วมกันดูแลอดีตทหารผ่านศึกและครอบครัว เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี