กว่า 300 คนปราจีนบุรี ชุมนุมหนุนเข้า EEC ชี้อยากเห็นจังหวัดเจริญ-ได้รับการพัฒนา ให้ลูกหลานทำงานใกล้บ้าน ฝากผู้นำจัดการ ‘ขยะ’ ไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน ย้ำเปิดกว้างฟังเสียงค้าน
ผู้สื่อข่าวรายยงานจาก จ.ปราจีนบุรี ว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม มีประชาชนผู้สนับสนุนการขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC เพื่อนำ จ.ปราจีนบุรึ เข้าร่วมเป็นจังหวัดที่ 4 รวมจำนวนกว่า 300 คน ที่หน้าศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรีฝั่งติดถนนสายสุวินทวงศ์ (ปราจีนบุรี-ตลาดผลไม้หนองชะอม) โดยมีนายสนิท กุลธรรม อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ปราจีนบุรี เป็นแกนนำ
พร้อมปราศรัยถึงข้อดี EEC อาทิ การพัฒนาอุตสาหกรรม การสร้างงานสร้างรายได้ในพื้นที่ การพัฒนาสาธารณูปโภค ถนนหนทาง การพัฒนาการศึกษา ฯลฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองปราจีนบุรีคอยดูแลความเรียบร้อย

พร้อมกับแจกเอกสารระบุว่า “เรามารับทราบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชอบุรี และระยอง มีเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงสร้างพื้นฐานหลัก รถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ขยายท่าเรือ แหลมฉบัง และมาบตาพุด ระยะที่ 3 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ ความคืบหน้าของโครงการพื้นฐานเศรษฐกิจและที่ดิน การพัฒนาพื้นที่ และสังคม พื้นที่เป้าหมาย 8.3 ล้านไร่ ในบริเวณ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีภารกิจสำคัญคือสร้างศักยภาพ เพื่อส่งเสริมเพิ่มศักยภาพความเป็นอยู่ของประชาชน
โครงการนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นพัฒนาเพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการท่องที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม บุคลาการศึกษา การวิจัย ธุรกิจและการเงิน เทคโนโลยี และรองรับตำแหน่งของผู้ของผู้จบการศึกษาอีกมากมาย พวกเราจึงต้องการให้ EEC เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี”
นายสนิทกล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้เป็นการแสดงจุดยืนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ EEC จ.ปราจีนบุรี วันนี้พวกเรามาแสดงออกถึงจุดยืน ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นกำนันตำบลเกาะลอย อ.ประจันจคาม ผมเห็นประชาชนเดือดร้อนจากการเดินทางไปทำงานไกลๆ วันนี้ปราจีนบุรีมีโอกาสจะได้เป็นพื้นที่ EEC จึงอยากให้พี่น้องประชาชนได้มาแสดงความคิดเห็นว่าปราจีนบุรีเป็นเมืองที่ต้องพัฒนา

นายสนิทกล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มที่มาต่อต้านก่อนหน้า เราก็ไม่ได้ว่าหรือไปกีดกันสิทธิของเขา แต่อยากให้มองภาพรวมของจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องขยะ ตอนนี้ EEC ยังไม่ทันเข้าบ้านเราเลย แต่ขยะมาถึงก่อนแล้ว จึงอยากให้ส่วนราชการเข้ามาบริหารจัดการเรื่องการกำจัดขยะหรือโรงงานต่างๆ เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
“การที่เราพากันมาในวันนี้เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ทั้งการขออนุญาตใช้พื้นที่และขออนุญาตใช้เสียง เราอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย อยากฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้พิจารณาดูว่าการมี EEC ใน 3 จังหวัดที่ผ่านมาก็ไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร ขอเพียงแค่ให้ท่านพิจารณาโรงงานที่ไม่สร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ หากผู้นำท้องถิ่นร่วมมือกัน บ้านเมืองเราก็จะไปรอด ทุกวันนี้คนปราจีนบุรีตามห้างร้านหรือตลาดเงียบเหงามาก การกินอยู่ต่างๆ ถ้ามี EEC เข้ามาจะแตกต่างไปจากเดิมแน่นอน” นายสนิทกล่าว
นายสนิทกล่าววด้วยว่า คิดว่าจะปักหลักอยู่ที่นี่ประมาณ 3 วัน วันนี้ (24 ส.ค.) มีคนมาร่วมมีประมาณ 300 คน สถานที่อาจจะยังไม่ค่อยพร้อม เพราะพื้นลื่น พรุ่งนี้ (25ส.ค.) จะมีผู้หลักผู้ใหญ่ลงพื้นที่ด้วย แต่เรายังไม่ได้ขออนุญาตในส่วนนั้น อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่าพวกเราไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อน เรามาด้วยความสมัครสมานสามัคคี อยากให้มีโรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่สร้างมลพิษให้กับคนปราจีนบุรี ท่านใดที่อยากมาร่วมก็ขอเรียนเชิญได้เลย เราไม่ปิดกั้น สามารถเปิดใจรับฟังได้ เราไม่ได้มาเพื่อสร้างความแตกแยก แต่มาด้วยความสามัคคี

ด้านนางบุญชู อายุ 84 ปี กล่าวว่า สาเหตุที่มาสนับสนุน EEC เพราะอยากได้ความเจริญ
นายแสวง ชาว ต.ไม้เค็ด อยู่ใกล้กับศูนย์ราชการ อายุ 88 ปี กล่าวว่า อยากให้ลูกหลานมีงานทำ
ขณะที่นางรอน อายุ 61 ปี บ้านอยู่หน้าโรงเลื่อย อ.ประจันตคาม เปิดเผยว่า มีลูก 7 คน บางคนก็อยู่ที่บ้าน บางคนก็ไปทำงานโรงงาน ที่มาสนับสนุน EEC เพราะเด็กๆ จะได้ทำงานใกล้บ้าน ไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม กลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็งได้รวมตัวชุมนุมค้านไม่เอา EEC พร้อมรวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านมากกว่า 1.1 หมื่นคน ยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ยกเลิกการนำ จ.ปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC และจะยกระดับการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลต่อไป



