รวบยกแก๊งลอบขน ‘จีนเทา’ ข้ามแดนส่งมาเลย์ เก็บหัวละ 6.5 หมื่น เงินหมุนเวียนนับ 10 ล้าน
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการลักลอบขนชาวต่างชาติเข้า-ออกประเทศผิดกฎหมาย ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายจังหวัด ล่าสุด พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ตม.จว.เชียงราย เข้าจับกุมนายนิคม อายุประมาณ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ 521/2569 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569
นายนิคมถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ให้ที่พักพิง หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ หลังจับกุมได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหม่อม จ.สงขลา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา สืบทราบว่ารีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.นาหม่อม จ.สงขลา ถูกใช้เป็นสถานที่พักคอยของชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมือง เมื่อเข้าตรวจสอบพบชาวจีน 6 คน และชาวเมียนมา 1 คน พร้อมโทรศัพท์มือถือกว่า 20 เครื่อง จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน
จากการขยายผลพบว่า กลุ่มดังกล่าวเดินทางมาจากกัมพูชา ลักลอบผ่านประเทศไทยเพื่อเดินทางต่อไปยังมาเลเซีย โดยเครือข่ายแบ่งหน้าที่กันเป็นระบบ ตั้งแต่นายทุนต่างประเทศ ผู้จัดหารถและที่พัก ไปจนถึงผู้พาเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ เรียกเก็บเงินจากกลุ่มจีนเทาคนละประมาณ 65,000 บาท เบื้องต้นเชื่อว่าดำเนินการมานานกว่า 1 ปี และอาจมีเงินหมุนเวียนประมาณ 6-10 ล้านบาท
การสืบสวนยังพบว่า เครือข่ายมีผู้ที่เรียกว่า “บังดี” ทำหน้าที่รับคำสั่งจากนายทุนต่างประเทศ ก่อนให้นายนิคมและนายสมบัติจัดหารถนำคนต่างด้าวไปยังรีสอร์ตใน จ.สงขลา จากนั้น “นายฮาบีบ” ซึ่งเป็นลูกน้องใกล้ชิดของบังดี จะรับช่วงนำคนออกนอกประเทศต่อ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบ โดยนายฮาบีบถูกจับใน จ.ยะลา นายสมบัติถูกจับใน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนบังดี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญ ถูกจับขณะเดินทางผ่านด่านตรวจใน จ.นราธิวาส ขณะที่นายนิคมเป็นรายล่าสุดที่ถูกจับกุมใน จ.เชียงราย ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีที่ จ.สงขลา ต่อไป

