หน้าแรก ภูมิภาค ป่วน 13 อำเภอ...

ป่วน 13 อำเภอนราธิวาส 59 จุด ใช้ระเบิด 60 ลูก ชาวระแงะกว่า 500 คนรวมพลังต้านความรุนแรง

27.08.26 | 13:21 น.

ป่วน 13 อำเภอนราธิวาส 59 จุด ใช้ระเบิด 60 ลูก ชาวระแงะกว่า 500 คนรวมพลังต้านความรุนแรง

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนัดแนะก่อเหตุในเวลาไล่เลี่ยกัน เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส พบว่า คนร้ายก่อเหตุครอบคลุมทั้ง 13 อำเภอ รวม 59 จุด ใช้ระเบิดแสวงเครื่องรวม 60 ลูก เหตุเกิดในช่วงเวลา 20.15-22.30 น.


ระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้ ส่วนใหญ่บรรจุในท่อเหล็กทรงกลม และบางจุดใช้ถังแก๊สปิกนิก โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) สามารถเก็บกู้ไว้ได้ 2 ลูก ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร 1 ลูก และ อ.ระแงะ 1 ลูก

ล่าสุด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานที่รวบรวมจากจุดเกิดเหตุด้วยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเสาไฟฟ้าริมถนน จุดตรวจ และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เดินทางไปก่อเหตุและหลบหนี

Advertisement

อย่างไรก็ตาม พบว่ากล้องวงจรปิดบางจุดชำรุด ขณะที่ภาพจากกล้องที่สามารถบันทึกพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ยังไม่มีความคมชัดเพียงพอที่จะระบุตัวบุคคลได้ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้อง

สำหรับผลกระทบจากเหตุรุนแรง โดยเฉพาะที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บองอ อ.ระแงะ ซึ่งเป็นหนึ่งใน อบต. 4 แห่งของ จ.นราธิวาส ที่ถูกคนร้ายลอบวางเพลิง พบยานพาหนะเสียหาย 11 คัน รวมถึงห้องประชุมและอาคารกู้ชีพได้รับความเสียหาย

ล่าสุด นายพาอีซัน หนิสาเร๊ะ นายก อบต.บองอ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนประชาชนทั้งชายและหญิง รวมถึงนักเรียนกว่า 500 คน รวมตัวกันบริเวณ อบต.บองอ แสดงพลังต่อต้านความรุนแรง ก่อนเดินขบวนไปตามถนนภายในหมู่บ้าน

ประชาชนต่างถือป้ายข้อความ อาทิ “คืนสันติให้พวกเรา หยุดสร้างปัญหาให้ชาวบ้าน” “ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก” และ “หยุดความรุนแรง เริ่มต้นสันติภาพ ด้วยการพูดคุยและรับฟังซึ่งกันและกัน” เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และเรียกร้องให้คนในพื้นที่ร่วมกันสร้างสันติภาพ

นายพาอีซันกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายรวมประมาณ 28 ล้านบาท มีรถยนต์เสียหาย 11 คัน รวมถึงอาคารกู้ชีพและอาคารประชุม เบื้องต้นจังหวัดให้ อบต.ประเมินความเสียหายเพื่อเสนอของบประมาณช่วยเหลือ ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องย้ายไปปฏิบัติงานที่อาคาร อบต.แห่งใหม่ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ยังอยู่ระหว่างตกแต่งภายใน

ขณะนี้สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือรถเก็บขยะ รถกู้ชีพ รถน้ำ และรถสำหรับงานสำนักงาน เนื่องจาก อบต.บองอต้องดูแลประชาชนประมาณ 16,000 คน ในพื้นที่ 10 หมู่บ้าน โดยเฉพาะปัญหาน้ำและการจัดเก็บขยะที่เริ่มส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือ

ด้านนางนูรีซัน มะดีเย๊าะ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบต.บองอ กล่าวว่า เดิม อบต.มีรถเก็บขยะ 3 คัน แต่ถูกเผาเสียหาย 2 คัน ปัจจุบันเหลือเพียงรถเก่า 1 คันที่ยังใช้งานได้ จึงต้องปรับแผนการจัดเก็บขยะ โดยจะเร่งเก็บขยะบริเวณโรงเรียนก่อน และตั้งแต่สัปดาห์หน้าจะหมุนเวียนจัดเก็บขยะให้ครอบคลุมทั้ง 10 หมู่บ้าน

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่ารถเก็บขยะคันที่เหลืออาจชำรุดหากต้องใช้งานหนักทุกวัน อบต.จึงเตรียมหารือแนวทางจัดหารถเพิ่มเติม ทั้งการเช่าหรือจัดซื้อใหม่ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมและข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพื่อให้บริการประชาชนสามารถดำเนินต่อไปได้