CSI LA จุดกระแส ‘Waterfront พัทยา’ นายกเมืองชี้เหลือ 2 ทาง รื้อทิ้ง-แก้ให้ถูกกฎหมาย รอกรมที่ดินชี้ขาด
กระแสโครงการ “Waterfront” บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเพจ CSI LA หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาเผยแพร่ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ขณะที่นายกเมืองพัทยาระบุ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกรมที่ดินพิจารณาปมเอกสารสิทธิ ซึ่งจะเป็นจุดชี้ขาดว่าโครงการจะต้อง “รื้อถอน” หรือเข้าสู่กระบวนการปรับแก้อาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความเห็นเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิในที่ดินของโครงการ โดยเมืองพัทยาได้ส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาตามอำนาจหน้าที่แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อแนวทางดำเนินการกับอาคาร

นายปรเมศวร์กล่าวว่า หากกรมที่ดินมีข้อยุติว่าเอกสารสิทธิออกโดยมิชอบ เมืองพัทยาจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งให้เจ้าของโครงการรื้อถอนอาคาร หากเจ้าของไม่ดำเนินการ เมืองพัทยาสามารถเข้าสู่กระบวนการรื้อถอนและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากเจ้าของโครงการได้
แต่หากกรมที่ดินวินิจฉัยว่าเอกสารสิทธิออกโดยชอบ เจ้าของโครงการจะต้องนำแบบอาคารเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายควบคุมอาคาร เพื่อปรับแก้หรือดัดแปลงส่วนที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งอาจรวมถึงการลดความสูงหรือปรับรูปแบบอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นายกเมืองพัทยาระบุว่า ขณะนี้จึงเหลือแนวทางดำเนินการหลัก 2 ทาง คือ “รื้อถอน” หรือ “ปรับแก้อาคารให้ถูกกฎหมาย” โดยเมืองพัทยาพร้อมดำเนินการทันทีเมื่อกรมที่ดินมีข้อยุติ และต้องการให้กระบวนการพิจารณาแล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อมานานหลายปีและอยู่ในความสนใจของประชาชน
ส่วนกรณีมีการนำรถเข้าไปจอดภายในโครงการ นายปรเมศวร์กล่าวว่า อาคารดังกล่าวยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จและอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามใช้อาคาร การนำรถหรือบุคคลเข้าไปใช้พื้นที่อาจก่อให้เกิดอันตราย จึงไม่สามารถอนุญาตให้ใช้อาคารได้ โดยเมืองพัทยาได้ดำเนินการทางกฎหมายไปแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ได้รับมอบอำนาจจากเมืองพัทยาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองพัทยา หลังได้รับข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ว่า มีกลุ่มรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดบริเวณด้านล่างและชั้น 2 ของอาคาร Waterfront
เอกสารแจ้งความระบุว่า อาคารดังกล่าวอยู่ภายใต้คำสั่งของเมืองพัทยาตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เกี่ยวกับการห้ามใช้อาคารหรือยินยอมให้บุคคลใช้อาคารที่อาจเป็นอันตราย เมืองพัทยาจึงแจ้งความให้ดำเนินคดีกับบริษัทเจ้าของโครงการและผู้เกี่ยวข้อง โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาได้รับคำร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




