หน้าแรก ภูมิภาค ระทึก! เก๋งขั...

ระทึก! เก๋งขับตาม GPS ข้ามรางรถไฟไม่พ้น ถูกขบวนรถไฟเฉี่ยว รอดหวุดหวิด

29.08.26 | 09:06 น.

ระทึก! เก๋งขับตาม GPS ข้ามรางรถไฟไม่พ้น เจอไม้กั้นปิด ถูกขบวนรถไฟเฉี่ยว รอดหวุดหวิด

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุขบวนรถไฟบรรทุกสินค้า ชนรถเก๋ง บริเวณจุดปิดกั้นทางรถไฟวัดกล้วย ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์


ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีขาว จอดคร่อมอยู่บริเวณรางรถไฟ โดยประตูด้านซ้ายถูกเฉี่ยวชนจนยุบ กระจกแตก ส่วนคนขับและผู้โดยสารชาวจีนที่โดยสารมาด้วยกันปลอดภัย ใกล้กันพบขบวนรถไฟบรรทุกปูนซีเมนต์จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยขบวนรถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร จึงประสานรถยกนำรถเก๋งออกจากราง เพื่อเปิดเส้นทางและป้องกันอันตรายเพิ่มเติม

เก๋งขับตาม GPS

สอมถาม นายพร้อมคุณ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี คนขับรถเก๋ง ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชันรับผู้โดยสารชาวจีนจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา และใช้ระบบ GPS นำทางมาตลอดทาง

Advertisement

กระทั่งใกล้ถึงโรงแรม ระบบ GPS แจ้งให้เลี้ยวขวา ก่อนให้เลี้ยวซ้ายและข้ามทางรถไฟ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่าไม้กั้นทางรถไฟกำลังปิด จึงไม่สามารถขับผ่านไปได้ จึงพยายามถอยหลังเพื่อกลับรถและย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิม แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่ขบวนรถไฟบรรทุกปูนซีเมนต์วิ่งผ่านมา ทำให้รถเก๋งถูกเฉี่ยวชนบริเวณประตูด้านซ้าย ก่อนรถจะกระเด็นไปหยุดอยู่บริเวณร่องกลางราง

นายพร้อมคุณ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจเป็นอย่างมาก และรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใด GPS จึงนำทางเข้าสู่เส้นทางดังกล่าว ทั้งที่โรงแรมอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงไม่กี่เมตร และยังเป็นเส้นทางที่ต้องย้อนศร

ด้านพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบและบันทึกภาพจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้เจ้าของรถประสานบริษัทประกันภัยเข้าตรวจสอบความเสียหาย เบื้องต้นพบว่ารถยนต์เก๋งขับย้อนศรเข้าสู่บริเวณดังกล่าว จึงเชิญคนขับไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมตรวจสอบรายละเอียดเส้นทางและปัจจัยแวดล้อม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับรถคันเกิดเหตุและกำลังแยกย้าย ได้พบรถเก๋งอีกคันหนึ่งขับผ่านบริเวณดังกล่าวในลักษณะย้อนศร เมื่อสอบถามคนขับได้รับคำตอบว่า เดินทางมาจากกรุงเทพมหานครและกำลังจะไปสถานีรถไฟอยุธยา โดยระบบ GPS เป็นผู้แนะนำเส้นทางให้ย้อนศร ผู้สื่อข่าวจึงแนะนำให้กลับไปใช้เส้นทางเดิม เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถที่พึ่งพาระบบ GPS ควรใช้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยนำทาง และต้องตรวจสอบสภาพเส้นทางจริง ควบคู่กับการสังเกตป้ายจราจร เครื่องหมายห้าม และสัญญาณเตือนต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณทางรถไฟ เพื่อความปลอดภัย